ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย: ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 หักและยื่นอย่างไร

สรุปสั้น ๆ
ในประเทศไทย เมื่อคุณในฐานะผู้จ่ายเงินจ่ายเงินได้พึงประเมิน เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ เงินเดือน ให้แก่ผู้อื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินนั้นก่อน ออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้แก่ผู้รับ แล้วนำส่งพร้อมยื่นแบบต่อกรมสรรพากรเป็นรายเดือน จ่ายให้บุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.3 (PND3) จ่ายให้บริษัทหรือนิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 (PND53) (มาตรา 50, มาตรา 52, มาตรา 59)

1. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร และใครมีหน้าที่หัก

ประมวลรัษฎากรกำหนดว่า เมื่อหน่วยงานราชการ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลอื่น ในฐานะผู้จ่ายเงิน จ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 (เช่น เงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ) ให้แก่ผู้อื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินจำนวนนั้นในขณะที่จ่าย (มาตรา 50) ผู้มีหน้าที่หักภาษีต้องนำภาษีที่หักไว้ตามมาตรา 50 (1)(2)(3)(4) ส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอ (มาตรา 52)

กรณีรัฐบาลหรือองค์การของรัฐบาลเป็นผู้จ่าย ให้เจ้าพนักงานผู้จ่ายเงินคำนวณและหักภาษีก่อนจ่าย หากไม่มีการตั้งฎีกาเบิกเงินก็ให้ปฏิบัติตามมาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 59 โดยอนุโลม (มาตรา 53) กล่าวโดยสรุปคือ เมื่อเงินจ่ายออกจากคุณ ภาระการหักภาษีและยื่นแบบก็ตกอยู่ที่คุณ (ผู้จ่ายเงิน) ไม่ใช่ผู้รับเงิน

2. จ่ายให้บุคคลใช้ ภ.ง.ด.3 จ่ายให้นิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53

เมื่อนำส่งภาษี ผู้มีหน้าที่หักภาษีต้องยื่นรายการแสดงการหักภาษีตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไปพร้อมกัน โดยแสดงการหักภาษีเป็นรายตัวของผู้มีเงินได้แต่ละราย (มาตรา 59) ในทางปฏิบัติจะแยกแบบยื่นตามประเภทของผู้รับเงินดังนี้

  • ภ.ง.ด.3 (PND3): ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา
  • ภ.ง.ด.53 (PND53): ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
  • สรุปประจำปี: ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ผู้มีหน้าที่หักภาษียังต้องยื่นรายการแสดงการจ่ายเงินได้พึงประเมินตลอดทั้งปีต่อเจ้าพนักงานประเมิน (มาตรา 58)

3. ทุกครั้งที่หักภาษีต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ทุกครั้งที่ผู้มีหน้าที่หักภาษีได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ณ แหล่งเงินได้แล้ว ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสองฉบับที่มีข้อความตรงกันให้แก่ผู้ถูกหักภาษี (มาตรา 50 ทวิ) โดยมีกำหนดเวลาการออกดังนี้

  • เงินได้ประเภทเงินเดือน (มาตรา 50 (1)): ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หากผู้ถูกหักภาษีออกจากงานระหว่างปี ให้ออกภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน
  • เงินได้ประเภทอื่น (มาตรา 50 (2)(3)(4)): ออกทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี

รัฐจ่ายเงินให้นิติบุคคล 1%

เมื่อรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ภาษีที่หักไว้นี้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ของนิติบุคคลนั้น (มาตรา 69 ทวิ)

นิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์ 1%

เมื่อจ่ายเงินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 และนำส่งในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (มาตรา 69 ตรี)

จ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศ ข้ามพรมแดน

เมื่อจ่ายเงินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3)(4)(5)(6) ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (มาตรา 70)

4. กำหนดเวลานำส่งและยื่นแบบ

  • การหักภาษีภายในประเทศ: ต้องนำภาษีที่หักไว้ส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน (มาตรา 52) และยื่นรายการแสดงการหักภาษีไปพร้อมกับการนำส่ง (มาตรา 59) ในทางปฏิบัติจะยื่นสรุปเป็นรายเดือน (ภ.ง.ด.3/ภ.ง.ด.53) ส่วนกำหนดเวลายื่นแบบรายเดือนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด (สำนักงานของเราช่วยตรวจสอบยืนยันได้)
  • การจ่ายเงินไปต่างประเทศ: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการจ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศ ต้องนำส่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน พร้อมยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด (มาตรา 70)
  • การตรวจสอบ: เจ้าพนักงานประเมินอาจมีหนังสือแจ้งให้ยื่นบัญชีจ่ายเงินหรือพยานหลักฐาน โดยผู้ได้รับหนังสือต้องปฏิบัติตามภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 51)

5. อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายกำหนดอย่างไร

ตัวบทของประมวลรัษฎากรกำหนดไว้เพียงกลไกและหน้าที่ในการหักภาษี (มาตรา 50, 52, 59) ส่วนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่แน่นอนสำหรับเงินได้แต่ละประเภท เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ส่วนใหญ่กำหนดไว้ต่างหากโดยกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา มิได้เขียนไว้ในตัวบทมาตราโดยตรง อัตราเหล่านี้จึงให้ยึดตามตารางอัตราภาษีทางการ/พระราชกฤษฎีกา (สำนักงานของเราช่วยตรวจสอบยืนยันได้) เฉพาะกรณีที่กฎหมายระบุอัตราไว้ชัดเจน (รัฐจ่ายให้นิติบุคคล และนิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์) จึงเป็นอัตราร้อยละ 1 ที่แน่นอน (มาตรา 69 ทวิ, มาตรา 69 ตรี) ส่วนการจ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศให้หักตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ประกอบกับสิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ใช้บังคับ โดยอัตราที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด

⚠️ ผลของการไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย และข้อควรปฏิบัติด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย

หากผู้จ่ายเงินไม่หักและนำส่งภาษีตามมาตรา 50 และมาตรา 53 หรือหักไว้ไม่ครบถ้วน ต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่มิได้หักและนำส่งหรือที่ขาดไป ในทางกลับกัน หากได้หักภาษีไว้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ผู้จ่ายเงินเป็นผู้รับผิดชำระแต่ฝ่ายเดียว และผู้มีเงินได้พ้นความรับผิดตามจำนวนที่ถูกหักไว้ (มาตรา 54) การล่าช้ายังอาจมีเงินเพิ่มด้วย โดยจำนวนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ที่ยินยอมชำระเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงอาจได้รับการคุ้มให้ไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 3 ตรี) SLF Accounting รับดำเนินการยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3/ภ.ง.ด.53 รายเดือน และออกหนังสือรับรองการหักภาษี พร้อมตรวจสอบยืนยันอัตราภาษีที่ใช้เป็นรายกรณี ยินดีให้ท่านติดต่อเราเพื่อขอความช่วยเหลือ

FAQ

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อไร และจ่ายเงินประเภทใดบ้างที่ต้องหัก

เมื่อคุณในฐานะผู้จ่ายเงินจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร (เช่น เงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ) ให้แก่ผู้อื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินนั้นตามมาตรา 50 และนำส่งตามมาตรา 52 ส่วนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้แต่ละประเภทส่วนใหญ่กำหนดโดยกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา จึงให้ยึดตามตารางอัตราภาษีทางการ ซึ่งสำนักงานของเราช่วยตรวจสอบยืนยันได้

ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองเป็นแบบยื่นรายการแสดงการหักภาษีที่ยื่นพร้อมกับการนำส่งภาษี โดยใช้แบบตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (มาตรา 59) เมื่อผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.3 (PND3) เมื่อผู้รับเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 (PND53) นอกจากนี้ภายในเดือนมกราคมของทุกปียังต้องยื่นรายการแสดงการจ่ายเงินได้ตลอดทั้งปีด้วย (มาตรา 58)

ต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายในกี่วัน และต้องออกหนังสือรับรองหรือไม่

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายในประเทศต้องนำส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน (มาตรา 52) ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการจ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศ ต้องนำส่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย (มาตรา 70) และทุกครั้งที่หักภาษีต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสองฉบับที่มีข้อความตรงกันให้แก่ผู้ถูกหักภาษี (มาตรา 50 ทวิ)

ถ้าลืมหักภาษี หรือหักไว้ไม่ครบจะเป็นอย่างไร

ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่มิได้หักและนำส่งหรือที่ขาดไป (มาตรา 54) และอาจต้องเสียเงินเพิ่ม โดยจำนวนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด แนะนำให้รีบนำส่งเพิ่มเติมและปรึกษาสำนักงานของเราเพื่อช่วยดำเนินการ ทั้งนี้ SLF Accounting รับดำเนินการยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองการหักภาษีเป็นรายเดือนให้ได้