ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ในไทย: อัตราภาษี การยื่นแบบ (ภ.ง.ด.90/91) และผู้บริหารต่างชาติ
หนึ่ง ใครต้องเสียภาษี? ผู้อยู่ในประเทศไทยกับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41)
ประมวลรัษฎากรใช้เกณฑ์สองด้านในการพิจารณาหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ แหล่งเงินได้ และการเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่
- เงินได้จากแหล่งในประเทศไทย: เงินได้พึงประเมินที่ได้รับเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกประเทศไทยก็ต้องเสียภาษีในประเทศไทย (มาตรา 41)
- เงินได้จากแหล่งนอกประเทศ: ผู้อยู่ในประเทศไทยที่มีเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ในปีที่นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย (มาตรา 41)
- การพิจารณาการเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย: ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41)
ดังนั้น ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย (อยู่ไม่ถึง 180 วันในปีนั้น) โดยหลักจะเสียภาษีเฉพาะเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนผู้อยู่ในประเทศไทยนอกจากเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยแล้ว ยังต้องเสียภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศไทยด้วย
สอง เงินได้พึงประเมินแปดประเภท (มาตรา 40)
มาตรา 40 แบ่งเงินได้พึงประเมิน (รวมถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้) ออกเป็นแปดประเภท (มาตรา 40(1) ถึง (8)) ประเภทที่พบบ่อย ได้แก่:
- มาตรา 40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน: เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยงและเงินช่วยเหลือต่าง ๆ บำนาญ รวมทั้งมูลค่าที่คำนวณได้จากการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า และเงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้แทนลูกจ้าง เป็นต้น (มาตรา 40)
- มาตรา 40(2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้: ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่านายหน้า ส่วนลด เบี้ยประชุม บำเหน็จ เป็นต้น (ค่าตอบแทนกรรมการและค่าที่ปรึกษามักจัดอยู่ในประเภทนี้ มาตรา 40)
- มาตรา 40(3): ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินรายปี เป็นต้น (มาตรา 40)
- มาตรา 40(4): ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร และผลประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน (มาตรา 40)
- มาตรา 40(5) ถึง (8): เงินได้ประเภทอื่น ๆ ที่เหลือ (เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 40(8) เป็นต้น ทั้งนี้ มาตรา 48 ก็อ้างถึงมาตรา 40(5)(6)(7)(8) ด้วย)
สาม เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี (มาตรา 42)
มาตรา 42 ได้ระบุประเภทเงินได้ที่ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ไว้จำนวนหนึ่ง เช่น:
- ค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าพาหนะที่จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (มาตรา 42);
- เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก เงินที่ได้รับจากการประกันภัยหรือค่าสินไหมทดแทน (มาตรา 42);
- ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งรวมทั้งปีไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท (เพดานหนึ่งหมื่นบาทนี้เป็นจำนวนที่ระบุไว้ในตัวบท มาตรา 42);
- เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 42)
สี่ การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (มาตรา 47)
เงินได้พึงประเมินจะหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อนตามมาตรา 47 ที่ชี้ไปยังมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 (จำนวนการหักที่แน่นอนเป็นไปตามที่บทบัญญัติ/พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกำหนด จำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด ซึ่งทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบยืนยันได้) จากนั้นจึงหักลดหย่อนต่อไปนี้ได้อีกตามมาตรา 47:
- ผู้มีเงินได้: 60,000 บาท; คู่สมรส: 60,000 บาท (มาตรา 47)
- บุตร: คนละ 30,000 บาท; สำหรับบุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 ให้หักเพิ่มได้อีกคนละ 30,000 บาท; บุตรบุญธรรมคนละ 30,000 บาท รวมกันไม่เกินสามคน (มาตรา 47)
- เบี้ยประกันชีวิต: ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท (กรมธรรม์ต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไปและเอาประกันไว้กับบริษัทประกันภัยในประเทศ มาตรา 47)
- เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 47)
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยของตนเอง: ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 47)
ห้า อัตราภาษีและการคำนวณ (มาตรา 48)
เงินได้สุทธิของบุคคลผู้อยู่ในประเทศไทยคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (มาตรา 48) แต่ขั้นอัตราก้าวหน้าที่แน่นอนกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขที่แน่นอน โดยจำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบยืนยันได้)
- สำหรับเงินได้บางประเภทที่ผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทยได้รับ (เช่น มาตรา 40(2), (3), (4)) มาตรา 48 กำหนดให้คำนวณหักในอัตรา 15% (อัตรานี้เป็นอัตราที่ระบุไว้ในตัวบท)
หก การยื่นแบบประจำปี: ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91 (มาตรา 56, 57)
มาตรา 56 กำหนดว่า บุคคลทุกคน เว้นแต่ผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หากมีเงินได้ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นรายการเงินได้ของปีที่ล่วงมาแล้วภายในเดือนมีนาคมของทุกปีตามแบบที่อธิบดีกำหนด เกณฑ์ดังกล่าวมีดังนี้ (ระบุไว้ในตัวบท):
- ไม่มีคู่สมรส และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 60,000 บาท;
- ไม่มีคู่สมรส และมีเงินได้เฉพาะตามมาตรา 40(1) ประเภทเดียวเกิน 120,000 บาท;
- มีคู่สมรส และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 120,000 บาท;
- มีคู่สมรส และมีเงินได้เฉพาะตามมาตรา 40(1) ประเภทเดียวเกิน 220,000 บาท (ทั้งหมดข้างต้นดูได้ที่มาตรา 56)
แบบยื่นภาษีประจำปีของบุคคลธรรมดา ได้แก่ ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท) และ ภ.ง.ด.91 (สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานอย่างเดียว) ซึ่งทั้งสองเป็นแบบที่อธิบดีกำหนดภายใต้มาตรา 56 หากผู้มีเงินได้เป็นผู้เยาว์ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้อยู่ในต่างประเทศ ให้ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ หรือผู้จัดการกิจการอันก่อให้เกิดเงินได้นั้น เป็นตัวแทนปฏิบัติหน้าที่ยื่นแบบและชำระภาษี (มาตรา 57)
เจ็ด การหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือนจากเงินเดือน: ภ.ง.ด.1 (มาตรา 50)
ฝ่ายที่จ่ายเงินได้จากการจ้างแรงงาน (นายจ้าง) ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่ายในขณะจ่ายเงินตามมาตรา 50 และยื่นแบบเป็นรายเดือน (คือแบบ ภ.ง.ด.1 สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน) การหักรายเดือนนี้เชื่อมกับการยื่น ภ.ง.ด.90/91 ประจำปี กล่าวคือ เมื่อคำนวณภาษีประจำปี ภาษีที่ถูกหักไว้แล้วสามารถนำมาเครดิตหักกับภาษีที่ต้องชำระได้
ข้อสังเกต: เงินสมทบประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนมีอัตรา 5% ซึ่งจัดการแยกต่างหากจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเป็นกระบวนการยื่นอีกชุดหนึ่ง
การเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ครบ 180 วัน
ผู้บริหารต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันครบ 180 วันในปีภาษีหนึ่งถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี (มาตรา 41)
เงินได้จากแหล่งในประเทศไทย มาตรา 40(1)(2)
เงินเดือนและค่าตอบแทนกรรมการในไทยไม่ว่าจ่ายในหรือนอกประเทศก็ต้องเสียภาษีในไทย ส่วนผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทยเสียภาษีเงินได้บางประเภทในอัตรา 15% (มาตรา 41, มาตรา 48)
ยื่นแบบโดยตัวแทนได้ มาตรา 57
หากผู้บริหารอยู่ในต่างประเทศ ให้ผู้จัดการกิจการอันก่อให้เกิดเงินได้นั้นเป็นตัวแทนยื่นแบบและชำระภาษี (มาตรา 57)
ขั้นอัตราก้าวหน้าที่แน่นอน จำนวนการหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ฯลฯ กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา/กฎกระทรวง อีกทั้งสถานการณ์ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน จึงต้องยืนยันเป็นรายกรณี ทางสำนักงานสามารถช่วยดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปีได้
FAQ
อยู่ในประเทศไทยกี่วันจึงถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี? เงินได้จากต่างประเทศต้องเสียภาษีหรือไม่?
ตามมาตรา 41 ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีหนึ่งถือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี) ผู้อยู่ในประเทศไทยจะเสียภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศเฉพาะในปีที่นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยโดยหลักจะเสียภาษีเฉพาะเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย ทั้งนี้เงินได้จากแหล่งในประเทศไทยไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกประเทศก็ต้องเสียภาษีในประเทศไทย
ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อใด? ใช้แบบใด?
ตามมาตรา 56 ต้องยื่นแบบสำหรับเงินได้ของปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป (เฉพาะผู้ที่มีเงินได้เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้ไม่มีคู่สมรสที่มีเงินได้เกิน 60,000 บาท เป็นต้น) แบบยื่นประจำปีของบุคคลธรรมดา ได้แก่ ภ.ง.ด.90 (สำหรับเงินได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานอย่างเดียว) ซึ่งเป็นแบบที่อธิบดีกำหนดภายใต้มาตรา 56
เงินเดือนในไทยของผู้บริหารต่างชาติ ใครเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย?
ตามมาตรา 50 นายจ้างผู้จ่ายเงินได้จากการจ้างแรงงานต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่ายในขณะจ่ายเงินและยื่นแบบเป็นรายเดือน (ภ.ง.ด.1) โดยเมื่อคำนวณภาษีประจำปีสามารถนำมาเครดิตหักกับภาษีที่ต้องชำระได้ ตามมาตรา 48 เงินได้บางประเภทที่ผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทยได้รับ (เช่น มาตรา 40(2)) คำนวณในอัตรา 15% หากผู้บริหารอยู่ในต่างประเทศ ผู้จัดการกิจการอันก่อให้เกิดเงินได้นั้นยังสามารถเป็นตัวแทนยื่นแบบได้ด้วย (มาตรา 57)
บุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอะไรได้บ้าง?
ตามมาตรา 47 หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้และคู่สมรสฝ่ายละ 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต/เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างละไม่เกิน 10,000 บาท เป็นต้น อีกทั้งเงินได้พึงประเมินยังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อนตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 ที่มาตรา 47 ชี้ไป (จำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด) นอกจากนี้มาตรา 42 ยังระบุประเภทที่ได้รับยกเว้น เช่น เงินได้จากมรดก เงินประกันภัย และดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: ขอบเขต อัตราภาษี การจดทะเบียน และการยื่นแบบ
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย: อัตราภาษีและการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
- การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: เกณฑ์ ขั้นตอน และแบบ ภ.พ.01
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย: ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 หักและยื่นอย่างไร
- ภาษีเงินปันผลและการส่งกำไรออกของบริษัทในไทย: นักลงทุนจีนส่งกำไรกลับจีนอย่างไร
- อากรแสตมป์ในไทย (Stamp Duty): ตราสารใดต้องปิดแสตมป์ อัตราอากรและบทลงโทษ