ภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย: อัตราภาษีและการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51

สรุปสั้น ๆ
ตามประมวลรัษฎากรของไทย บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย รวมทั้งบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศแต่ประกอบกิจการในประเทศไทย ล้วนต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของตน (มาตรา 66, มาตรา 65) โดยต้องยื่นแบบปีละสองครั้ง ได้แก่ แบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 (มาตรา 67 ทวิ) และแบบประจำปี ภ.ง.ด.50 (มาตรา 68) ส่วนอัตราภาษีที่ใช้บังคับให้เป็นไปตามบัญชีอัตราภาษี/พระราชกฤษฎีกาที่ทางการกำหนด (มาตรา 67) ซึ่งทางสำนักงานฯ ยินดีช่วยตรวจสอบยืนยันให้

1. ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (มาตรา 66)

ตามมาตรา 66 ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ได้แก่

  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศแต่ประกอบกิจการในประเทศไทย
  • ผู้ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและประกอบกิจการในหลายประเทศ (รวมทั้งประเทศไทย) ให้เสียภาษีเฉพาะกำไรสุทธิจากกิจการที่กระทำในประเทศไทยเท่านั้น หากไม่อาจคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการประเมินที่กฎหมายกำหนดโดยอนุโลม (มาตรา 66)

2. ฐานภาษีคือ “กำไรสุทธิ” (มาตรา 65)

ภาษีเงินได้นิติบุคคลมิได้จัดเก็บจากยอดรายรับ แต่จัดเก็บจากกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65

  • กำไรสุทธิ = รายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายที่กฎหมายอนุญาตให้หักได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 ทวิและมาตรา 65 ตรี
  • รอบระยะเวลาบัญชีโดยหลักกำหนดไว้ 12 เดือน เว้นแต่บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนวันปิดบัญชี จึงอาจน้อยกว่า 12 เดือนได้ (มาตรา 65)
  • รายได้และรายจ่ายใช้เกณฑ์สิทธิ กล่าวคือ รายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นแม้ยังมิได้รับชำระก็ให้นับรวมในงวดนั้น และรายจ่ายที่เกี่ยวข้องแม้ยังมิได้จ่ายก็ให้นับรวมในงวดนั้นเช่นกัน (มาตรา 65)

3. ข้อจำกัดของรายจ่ายที่หักได้ (มาตรา 65 ทวิ, มาตรา 65 ตรี)

การคำนวณกำไรสุทธิต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการหักรายจ่ายที่กฎหมายกำหนด และรายการที่ “ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย” ดังนี้

  • มาตรา 65 ทวิ: ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาให้หักตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา กรณีมีการโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือต่ำกว่าราคาตลาดอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินตามราคาตลาด ทรัพย์สินหรือหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด และสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดให้ตีราคาตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า (มาตรา 65 ทวิ)
  • มาตรา 65 ตรี: รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ได้แก่ เงินสำรองต่าง ๆ (เว้นแต่ที่กฎหมายยกเว้น) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวและเงินบริจาคหรือการกุศล (เว้นแต่ส่วนที่ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด) เบี้ยปรับและเงินเพิ่มทางภาษี ค่าปรับทางอาญา ตัวภาษีเงินได้นิติบุคคลเอง ตลอดจนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องห้ามมิให้นำมาหักตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น (มาตรา 65 ตรี)

4. การกำหนดอัตราภาษี (มาตรา 67)

มาตรา 67 กำหนดให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทั้งอัตราภาษีสำหรับบริษัททั่วไปและอัตราภาษีพิเศษสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ล้วนกำหนดไว้ต่างหากโดยบัญชีอัตราภาษีหรือพระราชกฤษฎีกา

⚠️ เกี่ยวกับตัวเลขอัตราภาษี

อัตราภาษีมาตรฐานของภาษีเงินได้นิติบุคคล ตลอดจนอัตราภาษีพิเศษแบบขั้นบันไดหรืออัตราก้าวหน้าสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ล้วนกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและอาจปรับเปลี่ยนตามนโยบาย บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขที่เจาะจง อัตราภาษีที่ใช้บังคับจริงขอให้เป็นไปตามที่ทางการไทยกำหนด (ทางสำนักงานฯ ยินดีช่วยตรวจสอบยืนยัน)

กรณีพิเศษ: กิจการต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศตามมาตรา 66 วรรคสอง ให้เสียภาษีจากค่าโดยสารที่เรียกเก็บในประเทศไทย และจากค่าระวางขนส่งสินค้า ในอัตรา 3% แยกต่างหาก (อัตรานี้ระบุไว้ชัดเจนในมาตรา 67)

5. การยื่นแบบสองครั้ง: แบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 และแบบประจำปี ภ.ง.ด.50

ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทต้องยื่นแบบและชำระภาษีต่อหน่วยงานจัดเก็บภาษีสองครั้ง ดังนี้

แบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 มาตรา 67 ทวิ

ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี บริษัททั่วไปคำนวณภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ให้คำนวณจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในรอบหกเดือนนั้น (มาตรา 67 ทวิ)

แบบประจำปี ภ.ง.ด.50 มาตรา 68

ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ยื่นแบบแสดงรายการที่จำเป็นต่อการคำนวณภาษีและชำระภาษี (มาตรา 68) โดยภาษีที่ชำระไว้ในแบบครึ่งปีตามปกติสามารถนำมาเครดิตหักในการยื่นแบบประจำปีได้

การยื่นแบบกรณีเลิกและชำระบัญชี มาตรา 69

เมื่อบริษัทเลิกและมีการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบและชำระภาษี หากไม่สามารถยื่นได้ภายในกำหนดเวลา อาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอขยายเวลาได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก (มาตรา 69)

⚠️ ข้อแนะนำ

ภาษีเงินได้นิติบุคคลเกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน ทั้งการปรับปรุงกำไรสุทธิ ความสามารถในการหักรายจ่าย การประมาณการครึ่งปี และการคำนวณภาษีประจำปี จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณีร่วมกับบัญชีจริงของบริษัท ทางสำนักงานฯ ยินดีช่วยจัดทำบัญชี คำนวณภาษี และยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 แทนท่าน

FAQ

ผู้ใดบ้างที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ในประเทศไทย?

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย รวมทั้งผู้ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศแต่ประกอบกิจการในประเทศไทย ล้วนต้องเสียภาษี ส่วนบริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการในหลายประเทศ (รวมทั้งไทย) ให้เสียภาษีเฉพาะกำไรสุทธิจากกิจการที่กระทำในประเทศไทย (มาตรา 66)

ฐานภาษีของภาษีเงินได้นิติบุคคลคืออะไร?

ฐานภาษีคือ “กำไรสุทธิ” กล่าวคือ รายได้จากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายที่หักได้ตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ใช้เกณฑ์สิทธิ และรอบระยะเวลาบัญชีโดยหลักมีกำหนด 12 เดือน (มาตรา 65)

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยอยู่ที่เท่าใด?

มาตรา 67 กำหนดให้เสียภาษีตามบัญชีอัตราภาษีท้ายหมวดนี้ ทั้งอัตรามาตรฐานและอัตราพิเศษสำหรับ SME ล้วนกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาต่างหากและปรับเปลี่ยนตามนโยบาย บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขที่เจาะจง อัตราที่ใช้บังคับจริงขอให้เป็นไปตามที่ทางการไทยกำหนด (ทางสำนักงานฯ ยินดีช่วยตรวจสอบยืนยัน)

ในหนึ่งปีต้องยื่นแบบกี่ครั้ง และครบกำหนดเมื่อใด?

ต้องยื่นสองครั้ง: แบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ยื่นภายในสองเดือนนับแต่ครบหกเดือนนับจากวันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี (มาตรา 67 ทวิ) ส่วนแบบประจำปี ภ.ง.ด.50 ยื่นภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (มาตรา 68)