อากรแสตมป์ในไทย (Stamp Duty): ตราสารใดต้องปิดแสตมป์ อัตราอากรและบทลงโทษ

สรุปสั้น ๆ
ตามหมวดอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากร (Revenue Code) ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (บัญชีท้ายหมวด) เช่น สัญญาเช่า จ้างทำของ/งานก่อสร้าง กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร การโอนหุ้นและพันธบัตร กรมธรรม์ประกันภัย ฯลฯ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่าแสตมป์ตามอัตราในบัญชี (มาตรา 104) หากไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ จะถูกเรียกเก็บอากรที่ต้องเสียและเงินเพิ่มอากร (มาตรา 113, มาตรา 114) ทั้งตราสารนั้นยังใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (มาตรา 118)

1. อากรแสตมป์คืออะไร และ “ตราสาร” คืออะไร (มาตรา 103)

อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คือภาษีที่จัดเก็บจาก“ตราสาร” (instrument) บางประเภท คำว่า “ตราสาร” หมายถึงเอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้ ส่วน “ปิดแสตมป์” หมายถึงการปิดแสตมป์ทับกระดาษหรือการมีแสตมป์ดุนบนกระดาษ (มาตรา 103)

  • ปิดแสตมป์บริบูรณ์ (complete stamping): ต้องปิดแสตมป์ก่อนหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย (หรือใช้แสตมป์ดุน หรือชำระเป็นตัวเงิน) และได้ “ขีดฆ่า” แสตมป์นั้นแล้ว จึงจะถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์ (มาตรา 103)
  • ขีดฆ่า (cancellation): คือการกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก กรณีแสตมป์ปิดทับให้ลงลายมือชื่อหรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์และลงวัน เดือน ปีที่กระทำ ส่วนแสตมป์ดุนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้ปรากฏบนตราสาร (มาตรา 103)
  • การกระทำตราสาร (execution): หมายถึงการลงลายมือชื่อบนตราสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 103)

2. ตราสารใดต้องปิดแสตมป์ และอัตราเท่าใด (มาตรา 104 / บัญชีอัตราอากร มาตรา 129)

ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (Schedule) ทุกประเภทต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชี (มาตรา 104) โดยบัญชียังระบุ “ผู้ที่ต้องเสียอากร” และ “ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์” ไว้ด้วย ต่อไปนี้เป็นตราสารทางธุรกิจที่พบบ่อยตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากร (มาตรา 129):

  • เช่าที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ: คิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุการเช่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท (เศษของ 1,000 คิดเป็น 1,000) ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ให้เช่าเป็นผู้เสียอากร ผู้เช่าเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า หากสัญญามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี (มาตรา 129)
  • การโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้: คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือราคาในตราสารแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้โอนเป็นผู้เสียอากร ผู้รับโอนเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
  • การซื้อขายมีเงื่อนไข / ผ่อนชำระ (เช่าซื้อ Hire-purchase): คิดตามราคาทั้งหมด ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ขายเป็นผู้เสียอากร ผู้ซื้อเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
  • จ้างทำของ / สัญญาบริการงานก่อสร้าง (Contract for work): คิดตามสินจ้างที่ตกลงกัน ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและปิดแสตมป์ (มาตรา 129)
  • กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร: คิดตามยอดเงินกู้หรือวงเงินเบิกเกินบัญชีที่อนุมัติ ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร ผู้กู้เป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
  • กรมธรรม์ประกันภัย: ประกันวินาศภัย/อุบัติเหตุ คิดตามเบี้ยประกัน ทุกจำนวนเงิน 250 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ประกันชีวิตและประกันภัยอื่น คิดตามจำนวนเงินเอาประกัน ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้รับประกันภัยเป็นผู้เสียอากร ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)

บัญชีอัตราอากรยังระบุตราสารอื่น ๆ ไว้อีก เช่น ใบมอบอำนาจ ตัวแทน ตั๋วเงิน ค้ำประกัน และใบรับ สำหรับตราสารนอกเหนือจากรายการข้างต้น อัตราอากรและผู้รับภาระที่แน่นอนให้เป็นไปตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ทางการ จำนวนที่แน่นอนให้ยึดตามที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานช่วยตรวจสอบยืนยันได้)

3. ใครมีหน้าที่ปิดแสตมป์และออกใบรับ (มาตรา 103 / มาตรา 105)

ผู้ใดเป็นผู้เสียอากรและผู้ใดเป็นผู้ปิดแสตมป์ ให้พิจารณาตามบัญชีอัตราอากรเป็นรายประเภท (ดูข้างต้น) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือผู้ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อรับเงินหรือรับชำระราคาแต่ละครั้งเกินจำนวนที่อธิบดีกำหนด ต้องออกใบรับทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม (มาตรา 105)

  • กรณีการรับเงินของผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ อธิบดีเป็นผู้กำหนดจำนวนขั้นต่ำ แต่กำหนดเกินครั้งละ 1,000 บาทไม่ได้ ส่วนกรณีอื่นกำหนดเกินครั้งละ 10,000 บาทไม่ได้ (มาตรา 105)
  • หากได้ออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีข้อความแสดงว่าได้รับเงินหรือรับชำระราคาแล้ว จะถือเอาใบกำกับภาษีนั้นเป็นใบรับตามมาตรานี้ก็ได้ (มาตรา 105)

4. ผลของการปิดแสตมป์ล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน (มาตรา 113, มาตรา 114, มาตรา 118)

ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร ผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์ สามารถนำตราสารไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรเพิ่มได้ (มาตรา 113) การเสียอากรเพิ่มจะถูกปรับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและการถูกตรวจสอบพบ:

ยื่นเสียอากรทันเวลา ไม่ต้องเสียค่าปรับ มาตรา 113

ตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากนำไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชี ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร

เกินกำหนด เสียเงินเพิ่มเป็นทวีคูณ มาตรา 113

กรณีอื่นต้องเสียเงินเพิ่มอากรด้วย หากล่าช้าไม่เกิน 90 วัน เรียกเก็บเงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หากเกิน 90 วัน เรียกเก็บ 5 เท่าของอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

ถูกตรวจสอบพบ เสียเงินเพิ่มหนัก มาตรา 114

หากตรวจสอบหรือมีผู้แจ้งความพบว่า ต้องออกใบรับแต่ไม่ออก หรือมิได้ปิดแสตมป์เลย ให้เรียกเก็บอากรจนครบและเงินเพิ่มอีก 6 เท่า (หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า) หากปิดแสตมป์ไม่ครบ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่ม 6 เท่าของส่วนที่ขาด กรณีอื่นเรียกเก็บ 1 เท่า

นอกจากนี้ ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่า จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ให้ครบและขีดฆ่าเสียก่อนจึงจะใช้ได้ ทั้งนี้ การเสียอากรเพิ่มไม่กระทบสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 (มาตรา 118)

⚠️ ข้อแนะนำ

อากรแสตมป์แม้ดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่ส่งผลโดยตรงต่อการที่สัญญาจะใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่ และเมื่อเกินกำหนดอาจถูกเรียกเก็บเพิ่มถึงหลายเท่าของอากร จึงควรตรวจสอบตั้งแต่ตอนทำสัญญาว่าเป็นตราสารประเภทใด อัตราเท่าใด ใครเป็นผู้ปิดแสตมป์และขีดฆ่า และนำเข้าสู่กระบวนการบันทึกบัญชีและปฏิบัติตามกฎหมาย การจัดประเภทตราสารและอัตราอากรของแต่ละกรณีต้องพิจารณาเป็นรายกรณี — ทางสำนักงานช่วยดำเนินการปิดแสตมป์ เสียอากรเพิ่ม และจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายได้

FAQ

ในไทยตราสารใดบ้างที่ต้องปิดแสตมป์อากร?

ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (บัญชีท้ายหมวด) ต้องปิดแสตมป์ทั้งหมด ที่พบบ่อยเช่น สัญญาเช่า จ้างทำของ/งานก่อสร้าง กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร การโอนหุ้นและพันธบัตร กรมธรรม์ประกันภัย ฯลฯ (มาตรา 104, มาตรา 129) ใบมอบอำนาจ ตัวแทน และใบรับก็อยู่ในบัญชีอัตราอากรด้วย อัตราที่แน่นอนให้ยึดตามบัญชีอัตราอากรทางการ

ปิดแสตมป์แล้วถือว่าเสร็จหรือไม่? ต้อง “ขีดฆ่า” ด้วยหรือเปล่า?

ต้องขีดฆ่าด้วย การปิดแสตมป์บริบูรณ์ต้องปิดแสตมป์ก่อนหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และต้อง “ขีดฆ่า” แสตมป์ เช่น ลงลายมือชื่อหรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าและลงวัน เดือน ปี หากไม่ขีดฆ่าถือว่ายังปิดแสตมป์ไม่บริบูรณ์ (มาตรา 103)

หากปิดแสตมป์ล่าช้าหรือปิดไม่ครบจะมีผลอย่างไร?

ตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากยื่นเสียอากรเองภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากรที่ต้องเสีย มิฉะนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอากรตามระยะเวลาที่ล่าช้า — ไม่เกิน 90 วัน เพิ่ม 2 เท่า เกิน 90 วัน เพิ่ม 5 เท่า (มาตรา 113) หากถูกตรวจสอบพบว่าไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มสูงสุด 6 เท่า (มาตรา 114)

สัญญาที่ไม่ปิดแสตมป์ยังใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องคดีได้หรือไม่?

ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่า จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ หรือคู่ฉีกเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ต้องเสียอากรให้ครบและขีดฆ่าเสียก่อนจึงจะใช้ได้ ทั้งนี้ การเสียอากรเพิ่มไม่กระทบสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากร (มาตรา 118)

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: ขอบเขต อัตราภาษี การจดทะเบียน และการยื่นแบบ
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย: อัตราภาษีและการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
  • การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: เกณฑ์ ขั้นตอน และแบบ ภ.พ.01
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย: ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 หักและยื่นอย่างไร
  • ภาษีเงินปันผลและการส่งกำไรออกของบริษัทในไทย: นักลงทุนจีนส่งกำไรกลับจีนอย่างไร
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ในไทย: อัตราภาษี การยื่นแบบ (ภ.ง.ด.90/91) และผู้บริหารต่างชาติ