อากรแสตมป์ในไทย (Stamp Duty): ตราสารใดต้องปิดแสตมป์ อัตราอากรและบทลงโทษ
1. อากรแสตมป์คืออะไร และ “ตราสาร” คืออะไร (มาตรา 103)
อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คือภาษีที่จัดเก็บจาก“ตราสาร” (instrument) บางประเภท คำว่า “ตราสาร” หมายถึงเอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้ ส่วน “ปิดแสตมป์” หมายถึงการปิดแสตมป์ทับกระดาษหรือการมีแสตมป์ดุนบนกระดาษ (มาตรา 103)
- ปิดแสตมป์บริบูรณ์ (complete stamping): ต้องปิดแสตมป์ก่อนหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย (หรือใช้แสตมป์ดุน หรือชำระเป็นตัวเงิน) และได้ “ขีดฆ่า” แสตมป์นั้นแล้ว จึงจะถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์ (มาตรา 103)
- ขีดฆ่า (cancellation): คือการกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก กรณีแสตมป์ปิดทับให้ลงลายมือชื่อหรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์และลงวัน เดือน ปีที่กระทำ ส่วนแสตมป์ดุนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้ปรากฏบนตราสาร (มาตรา 103)
- การกระทำตราสาร (execution): หมายถึงการลงลายมือชื่อบนตราสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 103)
2. ตราสารใดต้องปิดแสตมป์ และอัตราเท่าใด (มาตรา 104 / บัญชีอัตราอากร มาตรา 129)
ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (Schedule) ทุกประเภทต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชี (มาตรา 104) โดยบัญชียังระบุ “ผู้ที่ต้องเสียอากร” และ “ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์” ไว้ด้วย ต่อไปนี้เป็นตราสารทางธุรกิจที่พบบ่อยตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากร (มาตรา 129):
- เช่าที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ: คิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุการเช่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท (เศษของ 1,000 คิดเป็น 1,000) ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ให้เช่าเป็นผู้เสียอากร ผู้เช่าเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า หากสัญญามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี (มาตรา 129)
- การโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้: คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือราคาในตราสารแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้โอนเป็นผู้เสียอากร ผู้รับโอนเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
- การซื้อขายมีเงื่อนไข / ผ่อนชำระ (เช่าซื้อ Hire-purchase): คิดตามราคาทั้งหมด ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ขายเป็นผู้เสียอากร ผู้ซื้อเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
- จ้างทำของ / สัญญาบริการงานก่อสร้าง (Contract for work): คิดตามสินจ้างที่ตกลงกัน ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและปิดแสตมป์ (มาตรา 129)
- กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร: คิดตามยอดเงินกู้หรือวงเงินเบิกเกินบัญชีที่อนุมัติ ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร ผู้กู้เป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
- กรมธรรม์ประกันภัย: ประกันวินาศภัย/อุบัติเหตุ คิดตามเบี้ยประกัน ทุกจำนวนเงิน 250 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ประกันชีวิตและประกันภัยอื่น คิดตามจำนวนเงินเอาประกัน ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้รับประกันภัยเป็นผู้เสียอากร ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ปิดแสตมป์/ขีดฆ่า (มาตรา 129)
บัญชีอัตราอากรยังระบุตราสารอื่น ๆ ไว้อีก เช่น ใบมอบอำนาจ ตัวแทน ตั๋วเงิน ค้ำประกัน และใบรับ สำหรับตราสารนอกเหนือจากรายการข้างต้น อัตราอากรและผู้รับภาระที่แน่นอนให้เป็นไปตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ทางการ จำนวนที่แน่นอนให้ยึดตามที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานช่วยตรวจสอบยืนยันได้)
3. ใครมีหน้าที่ปิดแสตมป์และออกใบรับ (มาตรา 103 / มาตรา 105)
ผู้ใดเป็นผู้เสียอากรและผู้ใดเป็นผู้ปิดแสตมป์ ให้พิจารณาตามบัญชีอัตราอากรเป็นรายประเภท (ดูข้างต้น) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือผู้ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อรับเงินหรือรับชำระราคาแต่ละครั้งเกินจำนวนที่อธิบดีกำหนด ต้องออกใบรับทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม (มาตรา 105)
- กรณีการรับเงินของผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ อธิบดีเป็นผู้กำหนดจำนวนขั้นต่ำ แต่กำหนดเกินครั้งละ 1,000 บาทไม่ได้ ส่วนกรณีอื่นกำหนดเกินครั้งละ 10,000 บาทไม่ได้ (มาตรา 105)
- หากได้ออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีข้อความแสดงว่าได้รับเงินหรือรับชำระราคาแล้ว จะถือเอาใบกำกับภาษีนั้นเป็นใบรับตามมาตรานี้ก็ได้ (มาตรา 105)
4. ผลของการปิดแสตมป์ล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน (มาตรา 113, มาตรา 114, มาตรา 118)
ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร ผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์ สามารถนำตราสารไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรเพิ่มได้ (มาตรา 113) การเสียอากรเพิ่มจะถูกปรับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและการถูกตรวจสอบพบ:
ยื่นเสียอากรทันเวลา ไม่ต้องเสียค่าปรับ มาตรา 113
ตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากนำไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชี ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร
เกินกำหนด เสียเงินเพิ่มเป็นทวีคูณ มาตรา 113
กรณีอื่นต้องเสียเงินเพิ่มอากรด้วย หากล่าช้าไม่เกิน 90 วัน เรียกเก็บเงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หากเกิน 90 วัน เรียกเก็บ 5 เท่าของอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
ถูกตรวจสอบพบ เสียเงินเพิ่มหนัก มาตรา 114
หากตรวจสอบหรือมีผู้แจ้งความพบว่า ต้องออกใบรับแต่ไม่ออก หรือมิได้ปิดแสตมป์เลย ให้เรียกเก็บอากรจนครบและเงินเพิ่มอีก 6 เท่า (หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า) หากปิดแสตมป์ไม่ครบ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่ม 6 เท่าของส่วนที่ขาด กรณีอื่นเรียกเก็บ 1 เท่า
นอกจากนี้ ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่า จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ให้ครบและขีดฆ่าเสียก่อนจึงจะใช้ได้ ทั้งนี้ การเสียอากรเพิ่มไม่กระทบสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 (มาตรา 118)
อากรแสตมป์แม้ดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่ส่งผลโดยตรงต่อการที่สัญญาจะใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่ และเมื่อเกินกำหนดอาจถูกเรียกเก็บเพิ่มถึงหลายเท่าของอากร จึงควรตรวจสอบตั้งแต่ตอนทำสัญญาว่าเป็นตราสารประเภทใด อัตราเท่าใด ใครเป็นผู้ปิดแสตมป์และขีดฆ่า และนำเข้าสู่กระบวนการบันทึกบัญชีและปฏิบัติตามกฎหมาย การจัดประเภทตราสารและอัตราอากรของแต่ละกรณีต้องพิจารณาเป็นรายกรณี — ทางสำนักงานช่วยดำเนินการปิดแสตมป์ เสียอากรเพิ่ม และจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายได้
FAQ
ในไทยตราสารใดบ้างที่ต้องปิดแสตมป์อากร?
ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (บัญชีท้ายหมวด) ต้องปิดแสตมป์ทั้งหมด ที่พบบ่อยเช่น สัญญาเช่า จ้างทำของ/งานก่อสร้าง กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร การโอนหุ้นและพันธบัตร กรมธรรม์ประกันภัย ฯลฯ (มาตรา 104, มาตรา 129) ใบมอบอำนาจ ตัวแทน และใบรับก็อยู่ในบัญชีอัตราอากรด้วย อัตราที่แน่นอนให้ยึดตามบัญชีอัตราอากรทางการ
ปิดแสตมป์แล้วถือว่าเสร็จหรือไม่? ต้อง “ขีดฆ่า” ด้วยหรือเปล่า?
ต้องขีดฆ่าด้วย การปิดแสตมป์บริบูรณ์ต้องปิดแสตมป์ก่อนหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และต้อง “ขีดฆ่า” แสตมป์ เช่น ลงลายมือชื่อหรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าและลงวัน เดือน ปี หากไม่ขีดฆ่าถือว่ายังปิดแสตมป์ไม่บริบูรณ์ (มาตรา 103)
หากปิดแสตมป์ล่าช้าหรือปิดไม่ครบจะมีผลอย่างไร?
ตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากยื่นเสียอากรเองภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากรที่ต้องเสีย มิฉะนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอากรตามระยะเวลาที่ล่าช้า — ไม่เกิน 90 วัน เพิ่ม 2 เท่า เกิน 90 วัน เพิ่ม 5 เท่า (มาตรา 113) หากถูกตรวจสอบพบว่าไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มสูงสุด 6 เท่า (มาตรา 114)
สัญญาที่ไม่ปิดแสตมป์ยังใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องคดีได้หรือไม่?
ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่า จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ หรือคู่ฉีกเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ต้องเสียอากรให้ครบและขีดฆ่าเสียก่อนจึงจะใช้ได้ ทั้งนี้ การเสียอากรเพิ่มไม่กระทบสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากร (มาตรา 118)
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: ขอบเขต อัตราภาษี การจดทะเบียน และการยื่นแบบ
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย: อัตราภาษีและการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
- การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: เกณฑ์ ขั้นตอน และแบบ ภ.พ.01
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย: ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 หักและยื่นอย่างไร
- ภาษีเงินปันผลและการส่งกำไรออกของบริษัทในไทย: นักลงทุนจีนส่งกำไรกลับจีนอย่างไร
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ในไทย: อัตราภาษี การยื่นแบบ (ภ.ง.ด.90/91) และผู้บริหารต่างชาติ