ใบกำกับภาษีออกอย่างไรให้ถูกต้อง? รายการที่ต้องมี จุดเวลาออก และบทลงโทษ

สรุปสั้น ๆ

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต้องจัดทำใบกำกับภาษีพร้อมสำเนาสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง โดยต้องออกทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น และส่งมอบให้ผู้ซื้อมาตรา 86 ใบกำกับภาษีต้องมีรายการอย่างน้อย 8 ประเภทตามมาตรา 86/4 และต้องเก็บรักษาสำเนาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีมาตรา 87/3 การไม่ออกใบกำกับภาษี การออกโดยไม่มีสิทธิ หรือการใช้ใบกำกับภาษีปลอม มีเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี ไปจนถึงความรับผิดทางอาญามาตรา 89มาตรา 90/4

ใครต้องออกใบกำกับภาษี? และใครห้ามออก?

ใบกำกับภาษีคือเอกสารหัวใจของระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของไทย ตามมาตรา 86 ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (โดยทั่วไปคือผู้ประกอบการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจึงต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย อัตราภาษีมาตรฐานปัจจุบันคือ 7%) มีหน้าที่จัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ และต้องออกทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น พร้อมส่งมอบให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ โดยหลักแล้วใบกำกับภาษีต้องออกแยกเป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่อธิบดีกรมสรรพากรจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนชั่วคราวจะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดเท่านั้น

ในทางกลับกัน กฎหมายก็กำหนดกรณีห้ามออกใบกำกับภาษีไว้ชัดเจน ได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งมีตัวแทนออกใบกำกับภาษีแทนแล้ว ผู้ประกอบการที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ในไทยซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน และผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกยึดทรัพย์สินไปขายทอดตลาด เป็นต้น ทั้งหมดนี้ถูกห้ามมิให้ออกใบกำกับภาษีด้วยตนเองมาตรา 86/1 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักร หากประสงค์ให้ตัวแทนออกใบกำกับภาษีในนามของตน ต้องยื่นขออนุมัติต่ออธิบดีก่อน ตัวแทนที่ได้รับอนุมัติต้องออกใบกำกับภาษีตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และต้องรับผิดเกี่ยวกับใบกำกับภาษีเช่นเดียวกับและร่วมกับผู้ประกอบการรายนั้นมาตรา 86/2

ประเด็นที่ต้องระวังที่สุดคือ ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ ผู้ที่ออกโดยไม่มีสิทธิต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษีนั้น เสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนมาตรา 86/13

ออกเมื่อไหร่? — ยึดตามจุดที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น

มาตรา 86 กำหนดให้ “ออกทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น” จุดเวลาในการออกใบกำกับภาษีจึงขึ้นอยู่กับว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อใด:

  • การขายสินค้า: โดยหลัก ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า แต่หากก่อนส่งมอบได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า ได้รับชำระราคา หรือได้ออกใบกำกับภาษีอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นก่อน ความรับผิดก็เกิดขึ้น ณ เวลานั้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆมาตรา 78 กรณีขายแบบผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปเมื่อส่งมอบ ความรับผิดเกิดขึ้นตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด
  • การให้บริการ: โดยหลัก ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการ หากก่อนได้รับชำระได้มีการออกใบกำกับภาษีหรือได้ใช้บริการไปก่อนแล้ว ความรับผิดก็เกิดขึ้น ณ เวลานั้นตามส่วนมาตรา 78/1

ในทางปฏิบัติหมายความว่า การขายสินค้าจะรอให้ได้รับเงินก่อนแล้วค่อยออกใบกำกับภาษีไม่ได้ — ทันทีที่ส่งมอบสินค้า หน้าที่ออกใบกำกับภาษีก็มาถึงแล้ว ส่วนเงินมัดจำหรือเงินรับล่วงหน้าที่ได้รับก่อนก็ทำให้หน้าที่ออกใบกำกับภาษีเกิดขึ้นก่อนตามส่วนเช่นกัน กฎเรื่องจุดเวลาของสินค้ากับบริการไม่เหมือนกัน กิจการที่ทำทั้งสองอย่างจึงพลาดได้ง่ายเป็นพิเศษ

ใบกำกับภาษีต้องระบุอะไรบ้าง? (ไล่ทีละรายการตามมาตรา 86/4)

นอกจากกรณีพิเศษตามมาตรา 86/5 และมาตรา 86/6 แล้ว ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้มาตรา 86/4:

  • (1) คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
  • (2) ข้อมูลผู้ออกใบกำกับภาษี: ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี กรณีตัวแทนหรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
  • (3) ข้อมูลผู้ซื้อ: ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
  • (4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี
  • (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
  • (6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยต้องแยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
  • (7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  • (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

มาตราเดียวกันยังกำหนดว่า รายการในใบกำกับภาษีให้ทำเป็นภาษาไทย เป็นหน่วยเงินตราไทย และใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิค กิจการบางประเภทที่จำเป็นต้องใช้ภาษาต่างประเทศหรือเงินตราต่างประเทศ จะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีมาตรา 86/4 โดยหลักแล้วสินค้าหรือบริการหลายรายการสามารถรวมออกในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกันได้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดให้สินค้าหรือบริการบางประเภทต้องออกใบกำกับภาษีแยกต่างหาก และสำหรับน้ำมันบางชนิด ยาสูบ หรือกรณีที่ได้รับอนุมัติให้ออกใบกำกับภาษีเป็นเงินตราต่างประเทศ อธิบดีมีอำนาจกำหนดรายการที่แตกต่างออกไปได้มาตรา 86/5

ใบกำกับภาษีอย่างย่อใช้ได้เมื่อไหร่?

สำหรับกิจการขายปลีกหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก กฎหมายเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกไว้ 2 ทาง:

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ กิจการค้าปลีก

กิจการที่อธิบดีกำหนดลักษณะให้เป็นกิจการค้าปลีก มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ แต่ตัวแทนจะออกไม่ได้ ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีรายการ: คำว่า “ใบกำกับภาษี” ชื่อหรือชื่อย่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออก หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ ราคาที่ระบุชัดเจนว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว วัน เดือน ปี ที่ออก และข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ชื่อหรือประเภทสินค้าจะออกเป็นรหัสก็ได้ แต่ต้องแจ้งรหัสให้อธิบดีทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องยื่นขออนุมัติต่ออธิบดีก่อน และในกิจการค้าปลีก การแสดงราคาสินค้าหรือค่าบริการต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วมาตรา 86/6

รายย่อยได้รับยกเว้นไม่ต้องออก มูลค่าต่อครั้งเล็กน้อย

กิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยตามที่อธิบดีกำหนด หากมูลค่าการขายหรือการให้บริการครั้งหนึ่งไม่เกินจำนวนเงินที่อธิบดีกำหนด (เพดานตามกฎหมายคือ 1,000 บาท) ไม่จำต้องออกใบกำกับภาษี — แต่หากผู้ซื้อเรียกร้อง ก็ยังต้องออกให้มาตรา 86/8

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป กติกาพื้นฐาน

ธุรกรรม B2B ทั่วไปที่ไม่เข้ากรณีที่อธิบดีกำหนดข้างต้น ยังคงต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีรายการครบตามมาตรา 86/4 — และโดยปกติผู้ซื้อก็จะเรียกร้องใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวโยงโดยตรงกับสิทธิหักภาษีซื้อของตนมาตรา 82/5

รายงานภาษีขาย-ภาษีซื้อ และหน้าที่เก็บรักษาเอกสาร

การออกใบกำกับภาษีเป็นเพียงก้าวแรก หน้าที่จัดทำรายงานและเก็บเอกสารที่ตามมาก็เป็นจุดที่สรรพากรตรวจเข้มไม่แพ้กัน:

  • รายงาน 3 เล่ม: ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ และผู้ที่ประกอบกิจการขายสินค้ายังต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบด้วย รายงานต้องทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด แยกเป็นรายสถานประกอบการ และต้องลงรายการภายใน3 วันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้นมาตรา 87
  • ระยะเวลาเก็บรักษา: รายงาน ใบกำกับภาษี สำเนาใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบการลงรายงาน ต้องเก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการที่จัดทำรายงานนั้น (หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนด) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแต่วันยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวันทำรายงาน) กรณีเลิกกิจการต้องเก็บต่อไปอีก2 ปีนับแต่วันเลิกกิจการ และอธิบดีเมื่อเห็นสมควรอาจกำหนดให้เก็บนานขึ้นได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ใบกำกับภาษีที่ใช้ลงรายงานภาษีซื้อต้องจัดเรียงตามลำดับให้ตรงกับรายการในรายงานมาตรา 87/3
  • มุมมองฝั่งผู้ซื้อ: กรณีไม่มีใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ (ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด) หรือใบกำกับภาษีออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ภาษีซื้อนั้นนำมาหักไม่ได้มาตรา 82/5 การไล่ตรวจรายการตามมาตรา 86/4 ทีละข้อเมื่อได้รับใบกำกับภาษี คือด่านแรกในการรักษาสิทธิหักภาษีซื้อของตัวเอง

ผลของการฝ่าฝืน: เบี้ยปรับสองเท่า หนักสุดถึงติดคุก

เบี้ยปรับที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีโดยตรง (ซึ่งตามวรรคท้ายของมาตรา 89 อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี) ได้แก่มาตรา 89:

  • ไม่ออกและไม่ส่งมอบใบกำกับภาษี: ผู้ที่มิได้จัดทำใบกำกับภาษีและส่งมอบให้ผู้ซื้อตามที่กฎหมายกำหนด เสียเบี้ยปรับ2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี
  • ออกโดยไม่มีสิทธิ: ผู้ที่ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิ เสียเบี้ยปรับ2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี
  • ใช้ใบกำกับภาษีปลอม: ผู้ที่นำใบกำกับภาษีปลอม (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) มาใช้ในการคำนวณภาษี เสียเบี้ยปรับ2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี และหากผู้ได้รับประโยชน์พิสูจน์ไม่ได้ว่าใบกำกับภาษีนั้นผู้ใดเป็นผู้ออก ให้ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม
  • ไม่เก็บสำเนา: ผู้ที่มิได้เก็บสำเนาใบกำกับภาษีขายตามที่กฎหมายกำหนด เสียเบี้ยปรับ2%ของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี ส่วนผู้ที่มิได้เก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ใช้เครดิตภาษี เสียเบี้ยปรับ2%ของจำนวนภาษีที่นำมาเครดิต

ในทางอาญา: ผู้ที่ไม่จัดทำหรือไม่ส่งมอบใบกำกับภาษี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา 90/2 ส่วนการออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ การเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีโดยไม่ออกใบกำกับภาษี หรือการเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้เครดิตภาษี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 200,000 บาทมาตรา 90/4

⚠️ อย่ารับ “ออกใบกำกับภาษีแทน” หรือซื้อขายใบกำกับภาษีเด็ดขาด

การออกใบกำกับภาษีแทนผู้อื่นหรือการซื้อใบกำกับภาษีมาใช้เครดิตภาษี ไม่ใช่พื้นที่สีเทาในประเทศไทย: ผู้ออกโดยไม่มีสิทธิต้องรับผิดชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษีมาตรา 86/13 บวกเบี้ยปรับอีก 2 เท่ามาตรา 89 และอาจต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปีมาตรา 90/4 ฝ่ายผู้ใช้แม้อ้างว่า “ไม่รู้” แต่ถ้าอธิบายที่มาของใบกำกับภาษีไม่ได้ ก็จะถูกลงโทษฐานใช้ใบกำกับภาษีปลอมเช่นกัน

ข้อผิดพลาด 3 แบบที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ

ออกผิดจุดเวลา พบบ่อยที่สุด

เข้าใจผิดว่า “ได้รับเงิน” คือจุดที่ต้องออกใบกำกับภาษี ความรับผิดของการขายสินค้าโดยหลักเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้ามาตรา 78 และต้องออกใบกำกับภาษีทันที ณ จุดนั้นมาตรา 86 — การรวบออกตอนสิ้นเดือนหรือรอเก็บเงินได้ก่อนค่อยออก ล้วนอาจกลายเป็นการไม่ออกใบกำกับภาษีตามกำหนดเวลา

รายการตกหล่น กระทบถึงผู้ซื้อ

ลืมระบุที่อยู่หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ หรือไม่แยกจำนวนภาษีออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดเจน ล้วนไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของมาตรา 86/4มาตรา 86/4 ฝั่งผู้ซื้อ ใบกำกับภาษีที่ผิดหรือไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญอาจส่งผลโดยตรงให้นำภาษีซื้อมาหักไม่ได้มาตรา 82/5 ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาททางการค้าได้ง่ายมาก

เอกสารรั่ว โดนปรับโดยไม่ทันตั้งตัว

รายงานไม่ได้ลงรายการภายใน 3 วันทำการมาตรา 87 สำเนาเก็บไม่ครบ 5 ปี ใบกำกับภาษีซื้อไม่ได้จัดเรียงตามลำดับรายงานมาตรา 87/3 — วันปกติมองไม่เห็นปัญหา แต่พอสรรพากรเข้าตรวจเมื่อไหร่ ทั้งหมดนี้คือรายการเบี้ยปรับสำเร็จรูปมาตรา 89

SLF ช่วยอะไรคุณได้บ้าง

SLF Accounting ให้บริการทำบัญชีรายเดือนและยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มครบวงจรแก่ธุรกิจไทยและต่างชาติที่ประกอบกิจการในประเทศไทย: เราจะตรวจให้ว่าแบบฟอร์มใบกำกับภาษีของคุณมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 หรือไม่ ยืนยันจุดเวลาออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามประเภทธุรกิจ จัดทำรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อพร้อมยื่นแบบให้ตรงกำหนด และวางระบบจัดเก็บเอกสารให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรา 87/3 สำหรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และรายละเอียดรูปแบบอื่นที่อธิบดีกำหนด ให้ยึดตามประกาศของทางการเป็นหลัก ซึ่งสำนักงานของเราช่วยตรวจสอบยืนยันให้ได้ หากคุณเพิ่งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย หรือเคยได้รับหนังสือสอบถามจากกรมสรรพากรเรื่องใบกำกับภาษี ติดต่อเราเพื่อตรวจสุขภาพด้านการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีได้เลย

FAQ

บริษัทเพิ่งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายจริงหรือ?

จริง มาตรา 86 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ และส่งมอบให้ผู้ซื้อทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น มีข้อยกเว้นเฉพาะกิจการรายย่อยตามที่อธิบดีกำหนด ซึ่งการขายครั้งหนึ่งมูลค่าไม่เกินจำนวนเงินที่อธิบดีกำหนด (เพดานตามกฎหมายคือ 1,000 บาท) จึงไม่จำต้องออก แต่หากผู้ซื้อเรียกร้องก็ยังต้องออกให้ (มาตรา 86/8)

ส่งสินค้าไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ต้องออกใบกำกับภาษีก่อนเลยไหม?

โดยทั่วไปต้องออก ความรับผิดในการเสียภาษีของการขายสินค้าโดยหลักเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า (มาตรา 78) และใบกำกับภาษีต้องออกทันทีที่ความรับผิดเกิดขึ้น (มาตรา 86) หากก่อนส่งมอบมีการรับชำระราคา โอนกรรมสิทธิ์ หรือออกใบกำกับภาษีก่อน ความรับผิดก็เกิดขึ้นก่อนตามส่วน ส่วนการให้บริการยึดจุดที่ได้รับชำระค่าบริการเป็นหลัก (มาตรา 78/1)

ได้รับใบกำกับภาษีที่ข้อมูลไม่ครบ ยังนำภาษีซื้อมาหักได้ไหม?

มีความเสี่ยง มาตรา 82/5 กำหนดว่า กรณีไม่มีใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ (ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด) หรือใบกำกับภาษีออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ภาษีซื้อนั้นนำมาหักไม่ได้ แนะนำให้ตรวจรายการตามมาตรา 86/4 ทีละข้อเมื่อรับใบกำกับภาษี เช่น ชื่อและที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก และการแยกจำนวนภาษีออกจากมูลค่าสินค้าอย่างชัดเจน

ใบกำกับภาษีและสำเนาต้องเก็บไว้นานแค่ไหน? ถ้าไม่เก็บจะเป็นอย่างไร?

รายงาน ใบกำกับภาษี และสำเนา ต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวันทำรายงาน หากเลิกกิจการต้องเก็บต่อไปอีก 2 ปี และอธิบดีอาจกำหนดให้เก็บนานขึ้นได้แต่ไม่เกิน 7 ปี (มาตรา 87/3) ผู้ที่มิได้เก็บสำเนาใบกำกับภาษีขายเสียเบี้ยปรับ 2% ของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี ส่วนผู้ที่มิได้เก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ใช้เครดิตภาษี เสียเบี้ยปรับ 2% ของจำนวนภาษีที่นำมาเครดิต (มาตรา 89)

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: ขอบเขต อัตราภาษี การจดทะเบียน และการยื่นแบบ
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย: อัตราภาษีและการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
  • การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย: เกณฑ์ ขั้นตอน และแบบ ภ.พ.01
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย: ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 หักและยื่นอย่างไร
  • ภาษีเงินปันผลและการส่งกำไรออกของบริษัทในไทย: นักลงทุนจีนส่งกำไรกลับจีนอย่างไร
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ในไทย: อัตราภาษี การยื่นแบบ (ภ.ง.ด.90/91) และผู้บริหารต่างชาติ