ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์? คู่มือข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติฉบับสมบูรณ์

สรุปสั้น ๆ
โดยทั่วไป ชาวต่างชาติ (รวมถึงบริษัทต่างชาติ) ถือหุ้นในบริษัทไทยได้ไม่เกิน 49% เมื่อใดที่สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติถึงหรือเกิน 50% บริษัทนั้นจะถูกถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของธุรกิจต้องห้าม 3 ประเภท หากต้องการถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงกว่านั้นไปจนถึง 100% ต้องดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ หรือการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL)

1. อะไรบ้างที่ถือว่าเป็น “คนต่างด้าว”?

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 4 “คนต่างด้าว” หมายความรวมถึง บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยแต่มีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่ง (50%) ของทุนขึ้นไป

ดังนั้นเส้นแบ่งในทางปฏิบัติคือ ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยต้องถือหุ้นเกิน 50% (ต่างชาติไม่เกิน 49%) บริษัทจึงจะไม่ถูกถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” และประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ได้อย่างเสรี

2. บัญชีธุรกิจต้องห้าม 3 ประเภท

ตามมาตรา 8 และบัญชีแนบท้าย บริษัทที่ถูกถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” จะถูกจำกัดในธุรกิจ 3 ประเภทดังต่อไปนี้

บัญชีหนึ่ง — ห้ามเด็ดขาด ห้าม

ธุรกิจที่ไม่เปิดให้ต่างชาติด้วยเหตุผลพิเศษโดยสิ้นเชิง เช่น กิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ การทำนาข้าว การค้าที่ดิน เป็นต้น (มาตรา 8(1)) คนต่างด้าวประกอบธุรกิจไม่ได้

บัญชีสอง — ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เกณฑ์สูง

ธุรกิจที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ (มาตรา 8(2)) ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และตามมาตรา 15 โดยทั่วไปกำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% และมีกรรมการสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าสองในห้า

บัญชีสาม — ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ขออนุญาตได้

ธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันกับต่างชาติ เช่น การสีข้าว เป็นต้น (มาตรา 8(3)) ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

3. ช่องทางที่ถูกกฎหมายในการประกอบธุรกิจ/เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ

  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL): ธุรกิจในบัญชีสามเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ (มาตรา 8(3), 17 ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 60 วัน)
  • การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI: โครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI หลายประเภทสามารถให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • สนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ: นักลงทุนอเมริกันที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขสามารถถือหุ้นได้ 100%

4. ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ

ตามมาตรา 14 ทุนขั้นต่ำที่คนต่างด้าวใช้ในการเริ่มประกอบธุรกิจโดยทั่วไปต้องไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท หากเป็นธุรกิจในบัญชีต้องห้ามที่ต้องขออนุญาต แต่ละธุรกิจต้องไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท และต้องนำเงินเข้ามาในประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

5. บทลงโทษกรณีฝ่าฝืน

ตามมาตรา 37 คนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนมาตรา 6, 7 หรือ 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ศาลอาจสั่งให้เลิกประกอบธุรกิจ เลิกการถือหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนได้ หากฝ่าฝืนคำสั่งศาล ต้องระวางโทษปรับวันละ 10,000–50,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

⚠️ เกี่ยวกับ “ผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี)”

การใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงสูงมาก แนวทางที่ถูกต้องควรดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น FBL, BOI หรือสนธิสัญญา

FAQ

ชาวต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทย 100% ได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่ได้ — เมื่อต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปจะถูกถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 4 แต่หากผ่านการส่งเสริมจาก BOI สนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ หรือได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ในบางกรณีก็สามารถถือหุ้นได้ 100%

49% กับ 51% ต่างกันอย่างไร?

ตามมาตรา 4 ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยต้องถือหุ้นเกิน 50% (ต่างชาติไม่เกิน 49%) บริษัทจึงจะไม่ถูกถือว่าเป็น “คนต่างด้าว” และประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ได้อย่างเสรี เมื่อใดที่ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปก็จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบัญชีต้องห้าม 3 ประเภท

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) คืออะไร?

เป็นใบอนุญาตสำหรับธุรกิจในบัญชีสาม (และบางส่วนของบัญชีสอง) ที่ยื่นขอต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงอนุญาตให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้ ดำเนินการตามมาตรา 8, 17 ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 60 วัน

ต้องลงทุนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเท่าไร?

ตามมาตรา 14 โดยทั่วไปต้องไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท หากเป็นธุรกิจในบัญชีต้องห้ามที่ต้องขออนุญาต แต่ละธุรกิจต้องไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท