ค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน และค่าล่วงเวลา ตามกฎหมายแรงงานไทย

สรุปสั้น ๆ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ของไทยกำหนดให้เวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมง (มาตรา 23); การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน (มาตรา 24); การทำงานล่วงเวลาในวันหยุดจ่ายไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (มาตรา 63); ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของแต่ละจังหวัดนั้น กำหนดโดยประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง (มาตรา 87, มาตรา 88, มาตรา 90)

ส่วนที่ 1: เพดานเวลาทำงานปกติ (มาตรา 23)

นายจ้างต้องประกาศเวลาเริ่มงานและเวลาเลิกงานในแต่ละวันให้ลูกจ้างทราบ เวลาทำงานปกติต้องไม่เกินเพดานที่กฎกระทรวงกำหนดไว้สำหรับงานแต่ละประเภท และวันหนึ่งต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมง; หากวันทำงานใดมีเวลาทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันนำเวลาที่เหลือไปรวมกับวันทำงานปกติอื่นได้ แต่วันหนึ่งต้องไม่เกิน 9 ชั่วโมง และเมื่อรวมกันแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง (มาตรา 23)

  • งานทั่วไป: วันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมง (มาตรา 23)
  • งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย: เวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกิน 7 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน 42 ชั่วโมง (มาตรา 23)
  • การพักระหว่างการทำงาน: หลังจากทำงานติดต่อกันไม่เกิน 5 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง; กรณีทำงานล่วงเวลาติดต่อกันตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ต้องจัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 20 นาที ก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลา (มาตรา 27)

ส่วนที่ 2: การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (มาตรา 24, 26)

นายจ้างจะบังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป; เฉพาะกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปซึ่งหากหยุดจะเสียหายแก่งาน เป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนดเท่านั้น นายจ้างจึงจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น (มาตรา 24) ส่วนจำนวนชั่วโมงทำงานล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุดมีเพดานตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยจำนวนชั่วโมงที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด (มาตรา 26 ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้)

ส่วนที่ 3: วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี (มาตรา 28, 30, 56)

นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน และวันหยุดประจำสัปดาห์สองครั้งต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน (มาตรา 28) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปีมีสิทธิได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน ต่อปี; ส่วนผู้ที่ทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจคำนวณให้ตามส่วนได้ (มาตรา 30) สำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน (มาตรา 56); ทั้งนี้จำนวนวันและรายการวันหยุดตามประเพณีที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้)

ส่วนที่ 4: ค่าล่วงเวลาและอัตราค่าตอบแทนการทำงานในวันหยุด (มาตรา 23, 62, 63, 65)

ทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน ต้องได้รับความยินยอม

การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน (มาตรา 24); สำหรับส่วนที่ทำเกินเวลาทำงานที่ตกลงกันไว้ในวันทำงาน กฎหมายกำหนดให้จ่ายไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (มาตรา 23)

ทำงานในวันหยุด มีค่าตอบแทนต่างหาก

เมื่อนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานตามปกติในวันหยุด ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุด (มาตรา 62); อัตราที่แน่นอนให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายและที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้)

ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด 3 เท่า

เมื่อนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดต้องไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (มาตรา 63)

ลูกจ้างบางประเภทที่มีอำนาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำงานบางอย่าง ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาดังกล่าวข้างต้นตามกฎหมาย (มาตรา 65); การพิจารณาว่าเข้าข่ายประเภทนี้หรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

ส่วนที่ 5: ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดโดยประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง (มาตรา 87, 88, 90)

ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คณะกรรมการค่าจ้างต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบกัน ทั้งดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ตลอดจนสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม (มาตรา 87) แล้วเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จัดทำขึ้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 88) เมื่อประกาศมีผลใช้บังคับแล้ว นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้ และต้องปิดประกาศดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน (มาตรา 90) อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของแต่ละจังหวัดนั้นไม่ได้ระบุไว้ในตัวบทกฎหมาย แต่ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง (ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้)

⚠️ ข้อควรทราบ

การจัดเวลาทำงาน อัตราค่าล่วงเวลา และการปรับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำอาจแตกต่างกันไปตามประเภทกิจการ ประเภทตำแหน่งงาน และประกาศฉบับล่าสุด จึงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี SLF Accounting สามารถช่วยคำนวณค่าจ้างและค่าล่วงเวลา จัดทำสลิปเงินเดือน และตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายได้ ยินดีให้คำปรึกษา ติดต่อเราได้เลย

FAQ

เวลาทำงานปกติสูงสุดตามกฎหมายไทยคือเท่าใด?

งานทั่วไปวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมง; ส่วนงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย วันหนึ่งไม่เกิน 7 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 42 ชั่วโมง (มาตรา 23) หลังจากทำงานติดต่อกันไม่เกิน 5 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง (มาตรา 27)

การให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าหรือไม่?

ต้องได้รับ นายจ้างจะบังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป; เฉพาะกรณีที่งานต้องทำติดต่อกันซึ่งหากหยุดจะเสียหายแก่งาน เป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนดเท่านั้น จึงจะให้ทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น (มาตรา 24)

ค่าตอบแทนการทำงานและการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดคำนวณอย่างไร?

กรณีนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ค่าล่วงเวลาต้องไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (มาตรา 63); ส่วนการทำงานตามปกติในวันหยุดให้เป็นไปตามมาตรา 62 โดยอัตราที่แน่นอนให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายและที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้)

ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยเป็นเท่าใด?

ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา นายจ้างจะจ่ายต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าวไม่ได้และต้องปิดประกาศ (มาตรา 87, 88, 90) อัตราที่แน่นอนของแต่ละจังหวัดไม่ได้ระบุไว้ในตัวบทกฎหมาย แต่ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง ทางสำนักงานสามารถช่วยตรวจสอบได้