วันหยุดและวันลาของลูกจ้างตามกฎหมายไทย: ลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด มีกี่วัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน)
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานของไทยกำหนดว่า ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วันมาตรา 28 ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานมาตรา 30 ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงโดยส่วนที่ได้รับค่าจ้างต้องไม่เกินปีละ 30 วันทำงานมาตรา 32มาตรา 57 ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานมาตรา 34 ลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วันโดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วันมาตรา 41มาตรา 59 และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามปกติมาตรา 56
ภาพรวมวันหยุดและวันลา
ลาพักร้อน (พักผ่อนประจำปี)ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน
เกิดสิทธิเมื่อทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี โดยนายจ้างกำหนดให้ล่วงหน้าหรือตกลงร่วมกับลูกจ้าง หากทำงานยังไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจให้วันหยุดโดยคำนวณตามส่วนได้มาตรา 30 ระหว่างวันหยุดพักผ่อนประจำปีลูกจ้างยังได้รับค่าจ้างตามปกติมาตรา 56
ลาป่วยรับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน
ลาได้เท่าที่ป่วยจริงมาตรา 32 โดยส่วนที่ได้รับค่าจ้างต้องไม่เกินปีละ 30 วันทำงานมาตรา 57
ลาคลอดไม่เกิน 120 วัน
ครรภ์หนึ่งลาเพื่อคลอดบุตรได้ไม่เกิน 120 วัน (หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา) โดยรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วยมาตรา 41 นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกามาตรา 59
วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณี
นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันล่วงหน้ากำหนดให้วันหยุดประจำสัปดาห์เป็นวันใดก็ได้ สำหรับงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานลักษณะเฉพาะบางประเภท นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และเลื่อนไปหยุดภายหลังได้ แต่ต้องอยู่ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกันมาตรา 28
ในด้านค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดต่อไปนี้ ได้แก่ วันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย) วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปีมาตรา 56 กล่าวคือ ลูกจ้างรายเดือนที่หยุดในวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีจะถูกหักค่าจ้างไม่ได้ ส่วนจำนวนวันหยุดตามประเพณีในแต่ละปีและการประกาศกำหนดวันหยุดนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยให้ยึดตามประกาศของทางราชการเป็นหลัก (สำนักงานของเรายินดีช่วยตรวจสอบยืนยัน)
ลาพักร้อน: ทำงานครบ 1 ปี ได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้ล่วงหน้า หรือกำหนดตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ทั้งนี้ ในปีต่อ ๆ มานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้มากกว่า 6 วันทำงานก็ได้มาตรา 30
- ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี: นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โดยคำนวณตามส่วนของระยะเวลาทำงานได้มาตรา 30
- การสะสมและเลื่อนวันหยุด: นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้หยุดในปีนั้น ไปรวมใช้กับปีต่อ ๆ ไปได้มาตรา 30
- ได้รับค่าจ้าง: วันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นวันหยุดที่นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้มาตรา 56
- การคิดเงินเมื่อพ้นสภาพการจ้าง: หากถูกเลิกจ้างโดยมิใช่กรณีตามมาตรา 119 นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ ส่วนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมที่ยังไม่ได้ใช้ ไม่ว่าลูกจ้างลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ทั้งสิ้นมาตรา 67
ลาป่วย: ลาได้เท่าที่ป่วยจริง รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน
ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยกฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนวันลาป่วยไว้ หากลาป่วยตั้งแต่3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองได้ ให้ชี้แจงให้นายจ้างทราบมาตรา 32
ในด้านค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน แต่ปีหนึ่งรวมกันต้องไม่เกิน 30 วันทำงานมาตรา 57 ข้อควรทราบ: วันที่ลูกจ้างทำงานไม่ได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมทั้งวันลาเพื่อคลอดบุตร ไม่ถือเป็นวันลาป่วยมาตรา 32 จึงไม่กระทบสิทธิรับค่าจ้างวันลาป่วย 30 วันดังกล่าว
ลากิจธุระอันจำเป็นและลาเพื่อทำหมัน
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานมาตรา 34 โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลากิจเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ส่วนที่ได้รับค่าจ้างปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงานมาตรา 57/1
นอกจากนี้ ลูกจ้างยังมีสิทธิลาเนื่องจากการทำหมันได้ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรองมาตรา 33 โดยระหว่างลาเพื่อทำหมันนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เช่นกันมาตรา 57
ลาคลอด 120 วัน ลาช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร และการคุ้มครองลูกจ้างมีครรภ์
- จำนวนวันลาคลอด: ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา โดยวันลาเพื่อคลอดบุตรรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วย และให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลานั้นด้วยมาตรา 41
- ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร: ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยให้แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลาด้วยมาตรา 41
- ค่าจ้างระหว่างลาคลอด: นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ไม่เกิน 60 วันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกามาตรา 59 ส่วนที่เกินจากช่วงที่นายจ้างจ่ายอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม โดยจำนวนเงินให้ยึดตามประกาศของทางราชการเป็นหลัก (สำนักงานของเรายินดีช่วยตรวจสอบยืนยัน)
- ลาช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร: ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งได้ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องใช้สิทธิภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตรมาตรา 41/1
- ขอเปลี่ยนงานระหว่างตั้งครรภ์: ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ที่มีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอด และนายจ้างต้องพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้มาตรา 42
- ห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์: ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์มาตรา 43
แหล่งข้อมูลภาษาจีนจำนวนไม่น้อยยังคงอ้างข้อมูลเดิมว่า “ลาคลอดได้ 98 วัน” อยู่ บทความนี้อ้างอิงตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบัน (ปรับปรุงถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2569) ซึ่งกำหนดว่า ลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วันหรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกามาตรา 41 และนายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกามาตรา 59 ก่อนนำไปใช้จริงแนะนำให้ตรวจสอบกับประกาศทางการฉบับล่าสุดอีกครั้ง สำนักงานของเรายินดีช่วยตรวจสอบยืนยัน
ทำงานในวันหยุดและทำงานล่วงเวลาในวันหยุด: คิดค่าจ้างอย่างไร
หากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุด ดังนี้ ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (เช่น ลูกจ้างรายเดือน) ให้ได้รับเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (ลูกจ้างตามผลงานคิดตามหน่วยผลงาน) ส่วนลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้ได้รับไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานมาตรา 62
หากเป็นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด (เกินเวลาทำงานปกติ) นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตราไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงหรือต่อหน่วยผลงานในวันทำงานมาตรา 63 และหากนายจ้างมิได้จัดวันหยุดให้ลูกจ้างครบตามที่กฎหมายกำหนด ให้ถือเสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด โดยต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามอัตราข้างต้นมาตรา 64
นายจ้างต้องทำอย่างไรจึงจะถูกกฎหมาย? ให้ SLF ช่วยดูแลได้
สำหรับนายจ้าง การปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องวันหยุดวันลาไม่ใช่แค่ “ให้ลา” เท่านั้น แต่ยังรวมถึง: การกำหนดและประกาศวันหยุดประจำสัปดาห์กับวันหยุดตามประเพณีมาตรา 28มาตรา 56 การจัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี พร้อมจัดการเรื่องการสะสมวันหยุดและการจ่ายเงินตามส่วนเมื่อพ้นสภาพการจ้างมาตรา 30มาตรา 67 การติดตามเพดานวันลาป่วยและวันลากิจที่ได้รับค่าจ้างมาตรา 57มาตรา 57/1 ตลอดจนการคำนวณค่าจ้างระหว่างลาคลอดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถูกต้องมาตรา 59มาตรา 62มาตรา 63
บริการรับทำเงินเดือน (Payroll Outsourcing) ในประเทศไทยของ SLF Accounting ช่วยท่านจัดทำทะเบียนวันหยุดวันลา คำนวณจำนวนวันลาที่ได้รับค่าจ้างแต่ละประเภทและค่าล่วงเวลาเป็นรายเดือน พร้อมยื่นประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนในคราวเดียว เพื่อให้กติกาเรื่องวันหยุดวันลาถูกนำไปใช้จริงในสลิปเงินเดือนทุกใบ หากต้องการประเมินว่าคู่มือพนักงานและการจัดวันหยุดของบริษัทท่านสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานหรือไม่ ยินดีให้ติดต่อเราได้ทุกเมื่อ
FAQ
ลาพักร้อนตามกฎหมายไทยขั้นต่ำกี่วัน?
ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน หากทำงานยังไม่ครบ 1 ปีอาจได้รับตามส่วน (มาตรา 30) และระหว่างวันหยุดพักผ่อนประจำปียังได้รับค่าจ้างตามปกติ (มาตรา 56) ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงสะสมวันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้ไปใช้ในปีต่อ ๆ ไปได้ และเมื่อพ้นสภาพการจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีของปีนั้นตามส่วน รวมถึงวันหยุดสะสมที่ยังไม่ได้ใช้ (มาตรา 67)
ลาป่วยในประเทศไทยได้ค่าจ้างไหม? รับค่าจ้างสูงสุดกี่วัน?
ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง กฎหมายไม่กำหนดเพดานจำนวนวันลาป่วยไว้ (มาตรา 32) นายจ้างจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน (มาตรา 57) หากลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์หรือใบรับรองจากสถานพยาบาลของทางราชการ ทั้งนี้ วันที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานและวันลาคลอดไม่นับเป็นวันลาป่วย (มาตรา 32)
ลาคลอดในประเทศไทยได้กี่วัน? ใครเป็นผู้จ่ายค่าจ้าง?
ตามตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบัน ลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกิน 120 วันหรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา โดยรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วย (มาตรา 41) นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานแต่ไม่เกิน 60 วันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (มาตรา 59) ส่วนที่เหลืออาจเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม โดยจำนวนเงินให้ยึดตามประกาศของทางราชการ นอกจากนี้ ลูกจ้างที่คู่สมรสคลอดบุตรยังมีสิทธิลาได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 15 วัน ภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร (มาตรา 41/1)
ทำงานในวันหยุดตามประเพณีหรือวันหยุดประจำสัปดาห์ คิดค่าแรงอย่างไร?
ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (เช่น ลูกจ้างรายเดือน) เมื่อทำงานในวันหยุด ต้องได้รับเพิ่มจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ส่วนลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ต้องได้รับไม่น้อยกว่า 2 เท่า (มาตรา 62) การทำงานล่วงเวลาในวันหยุดต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 3 เท่า (มาตรา 63) และหากนายจ้างจัดวันหยุดให้ไม่ครบตามกฎหมาย ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามอัตราเดียวกันนี้ (มาตรา 64)