กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจไทย: กู้เงินด้วยสต๊อกสินค้า ลูกหนี้การค้า เครื่องจักร หรือทั้งกิจการ ไม่ต้องจำนองที่ดิน

สรุปสั้น ๆ

ตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ธุรกิจสามารถนำสินค้าคงคลัง วัตถุดิบ เครื่องจักร ลูกหนี้การค้า ทรัพย์สินทางปัญญา หรือแม้แต่กิจการทั้งกิจการ (business) มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้โดยไม่ต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินมาตรา 5มาตรา 8 สัญญาหลักประกันต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียนมาตรา 13 เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้รับหลักประกันมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันก่อนเจ้าหนี้สามัญมาตรา 29

ทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงสำคัญกับ SME

ตามแนวทางเดิม ธุรกิจไทยที่จะกู้เงินธนาคารต้องจำนองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่ก็ต้องจำนำสังหาริมทรัพย์โดยส่งมอบให้เจ้าหนี้ครอบครอง — และการจำนำหมายความว่าสินค้าหรือเครื่องจักรที่ส่งมอบไปแล้วจะนำมาใช้ประกอบกิจการต่อไม่ได้ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจจึงสร้างทางเลือกที่สาม: ผู้ให้หลักประกันนำทรัพย์สินมาเป็นประกันแก่ผู้รับหลักประกันโดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่อีกฝ่ายมาตรา 5 สต๊อกสินค้ายังขายได้ เครื่องจักรยังเดินได้ ลูกหนี้การค้ายังเก็บเงินได้ ขณะที่ทรัพย์สินเหล่านี้ก็ทำหน้าที่เป็นหลักประกันเงินกู้ของคุณไปพร้อมกัน สำหรับ SME ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองแต่มีสินค้าหมุนเวียนและลูกหนี้การค้าที่สม่ำเสมอ นี่คือเครื่องมือเสริมความน่าเชื่อถือเพื่อการกู้ยืมที่สำคัญที่สุด

ผู้ให้หลักประกันจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้มาตรา 6 และจะให้หลักประกันเพื่อหนี้ของตนเองหรือหนี้ของบุคคลอื่นก็ได้มาตรา 5

ทรัพย์สินประเภทใดใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้

กฎหมายระบุทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันได้ไว้ 6 ประเภทมาตรา 8:

  • กิจการ (business) — นำกิจการทั้งหมดพร้อมสิทธิที่เกี่ยวข้องมาเป็นหลักประกันรวมกัน เมื่อบังคับหลักประกัน ผู้รับหลักประกันสามารถรับช่วงดำเนินกิจการต่อได้ทันทีมาตรา 3
  • สิทธิเรียกร้อง (right of claim) — คือสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ เช่น ลูกหนี้การค้า แต่ไม่รวมสิทธิที่มีตราสารเป็นหนังสือรองรับ เช่น ตั๋วเงินมาตรา 3
  • สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ — เช่น เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ
  • อสังหาริมทรัพย์ — เฉพาะกรณีที่ผู้ให้หลักประกันประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เอง
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • ทรัพย์สินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง — ขอบเขตที่แน่นอนให้ถือตามที่ทางการกำหนด (สำนักงานเราช่วยตรวจสอบยืนยันให้ได้)

ที่น่าสนใจคือ ผู้ให้หลักประกันไม่เพียงใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังใช้ทรัพย์สินที่จะได้มาในอนาคตตามสัญญาหรือนิติสัมพันธ์เป็นหลักประกันได้ด้วย — เพียงแต่บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินในอนาคตจะเกิดขึ้นเมื่อได้ทรัพย์สินนั้นมาจริงมาตรา 9 หมายความว่าสต๊อกสินค้าที่หมุนเวียนและลูกหนี้การค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสามารถรวมอยู่ในสัญญาหลักประกันฉบับเดียวได้ เหมาะอย่างยิ่งกับธุรกิจที่ดำเนินงานต่อเนื่อง

ใครเป็นผู้รับหลักประกันได้

ฝั่งผู้ให้หลักประกันไม่มีข้อจำกัดด้านสถานะ แต่ผู้รับหลักประกันต้องเป็นสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา 7 สถาบันการเงินหมายรวมถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะมาตรา 3 กล่าวอีกนัยหนึ่ง บริษัททั่วไปด้วยกันเองไม่อาจใช้กลไกนี้ได้ตามอำเภอใจ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการที่ธุรกิจขอสินเชื่อจากธนาคารหรือบริษัทประกันเป็นหลัก ส่วนรายชื่อที่กฎกระทรวงขยายเพิ่มเติมให้ถือตามที่ทางการกำหนด (สำนักงานเราช่วยตรวจสอบยืนยันให้ได้)

ตั้งหลักประกันอย่างไร: สัญญาเป็นหนังสือ + จดทะเบียนกับ DBD

สัญญาหลักประกันทางธุรกิจต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียนมาตรา 13 สำนักทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจตั้งอยู่ในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development) มีหน้าที่รับจดทะเบียน แก้ไข และเพิกถอนการจดทะเบียน และเปิดให้ประชาชนตรวจค้นข้อมูลได้มาตรา 14 ในทางปฏิบัติ ผู้รับหลักประกันเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนโดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้หลักประกัน เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้รับหลักประกันถือเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย — นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารยอมปล่อยสินเชื่อมาตรา 17

รายการจดทะเบียนอย่างน้อยต้องประกอบด้วย: วันและเวลาที่จดทะเบียน ลูกหนี้และผู้ให้หลักประกัน ผู้รับหลักประกัน หนี้ที่มีการประกัน รายละเอียดทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน (สังหาริมทรัพย์ต้องระบุประเภท จำนวน และมูลค่า) จำนวนเงินสูงสุดที่ประกัน และเหตุบังคับหลักประกันตามที่ตกลงกันในสัญญามาตรา 18 เหตุบังคับหลักประกันคู่สัญญาจะตกลงกันอย่างไรก็ได้ ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาตรา 11 หากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเป็นทรัพย์สินมีทะเบียน (เช่น เครื่องจักรที่จดทะเบียนแล้ว) เจ้าพนักงานทะเบียนจะแจ้งไปยังนายทะเบียนเดิมของทรัพย์สินนั้นและผู้ทรงบุริมสิทธิที่ปรากฏในทะเบียน พร้อมบันทึกหลักประกันตามพระราชบัญญัตินี้ลงในทะเบียนของทรัพย์สินดังกล่าวด้วยมาตรา 19

หากใช้กิจการทั้งกิจการเป็นหลักประกัน สัญญายังต้องกำหนดตัว “ผู้บังคับหลักประกัน” (security enforcer) ที่มีใบอนุญาตไว้หนึ่งคนหรือหลายคนมาตรา 13มาตรา 12 และเมื่อจดทะเบียนต้องยื่นหนังสือให้ความยินยอมของผู้บังคับหลักประกันไปพร้อมกันมาตรา 17

ระหว่างเป็นหลักประกัน ยังทำธุรกิจตามปกติได้ไหม

ได้ — และนี่คือเจตนารมณ์ของระบบนี้ เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ให้หลักประกันยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย แลกเปลี่ยน จำหน่าย โอน และจำนองทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน รวมทั้งเก็บดอกผลได้มาตรา 22 สินค้าคงคลังขายให้ลูกค้าได้ตามปกติ วัตถุดิบนำเข้าสายการผลิตได้ แต่มีข้อห้ามเด็ดขาดหนึ่งข้อ: ห้ามนำทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันทางธุรกิจแล้วไปจำนำอีก การจำนำนั้นตกเป็นโมฆะมาตรา 22

ในทางกลับกัน ผู้ให้หลักประกันมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินเยี่ยงวิญญูชนพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง หากทรัพย์สินสูญหายหรือเสื่อมค่า โดยหลักต้องรับผิดชดใช้ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามิได้เกิดจากเหตุที่ตนต้องรับผิดชอบมาตรา 23 และต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันตามประเพณีทางการค้าหรือตามที่สัญญากำหนดมาตรา 24 ทั้งนี้ ก่อนที่ทรัพย์สินจะถูกจำหน่ายหรือตกเป็นของผู้รับหลักประกัน ผู้ให้หลักประกันมีสิทธิชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้ทุกเมื่อมาตรา 27

⚠️ ยักย้ายหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเป็นความผิดอาญา

ผู้ให้หลักประกันที่ทำให้เสียหาย ทำให้เสื่อมค่า ซ่อนเร้น ยักย้าย หรือโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันให้บุคคลอื่น จนผู้รับหลักประกันไม่สามารถบังคับหลักประกันได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา 86 “ยังไงของก็อยู่ในมือฉัน” ไม่ใช่เหตุผลที่จะจัดการทรัพย์สินได้ตามใจชอบ

ลำดับการได้รับชำระหนี้: ใครจดทะเบียนก่อนได้ก่อน

ผู้รับหลักประกันมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันก่อนเจ้าหนี้สามัญ แม้ทรัพย์สินนั้นจะถูกโอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วก็ตามมาตรา 29 หากทรัพย์สินเดียวกันถูกจดทะเบียนเป็นหลักประกันแก่ผู้รับหลักประกันหลายราย หรือมีทั้งหลักประกันทางธุรกิจและจำนองซ้อนกันอยู่ ให้จัดลำดับตามวันและเวลาที่จดทะเบียนก่อนหลัง ผู้จดทะเบียนก่อนได้รับชำระหนี้ก่อนมาตรา 33

เงินที่ได้จากการบังคับหลักประกันให้จัดสรรตามลำดับที่กฎหมายกำหนด: หักค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาดูแลทรัพย์สินก่อน ตามด้วยค่าใช้จ่ายอันสมควรและค่าธรรมเนียมในการบังคับหลักประกัน จากนั้นชำระแก่ผู้รับหลักประกันและผู้ทรงบุริมสิทธิรายอื่นที่ปรากฏในทะเบียนตามลำดับการจดทะเบียน แล้วจึงแบ่งให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ ส่วนที่เหลือคืนแก่ผู้ให้หลักประกันมาตรา 52 หากเงินที่ได้ไม่พอชำระหนี้ ผู้รับหลักประกันยังเรียกส่วนที่ขาดจากลูกหนี้ได้ แต่หากผู้ให้หลักประกันไม่ใช่ตัวลูกหนี้เอง (คือบุคคลภายนอกเป็นผู้ให้หลักประกัน) จะเรียกส่วนที่ขาดจากผู้ให้หลักประกันอีกไม่ได้มาตรา 52

ผิดนัดแล้วบังคับหลักประกันอย่างไร (กรณีหลักประกันเป็นทรัพย์สิน)

เมื่อเกิดเหตุบังคับหลักประกันตามที่สัญญากำหนด ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ให้หลักประกัน นับแต่วันที่แจ้ง ผู้ให้หลักประกันจะจำหน่าย โอน หรือกระทำการใด ๆ ให้ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเสื่อมค่าไม่ได้ และผู้รับหลักประกันมีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินมาตรา 38 จากนั้นแยกเป็นสองเส้นทาง:

  • ยินยอมส่งมอบ: หากผู้ให้หลักประกันยินยอมส่งมอบการครอบครอง ผู้รับหลักประกันต้องมีหนังสือแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันเข้าครอบครอง ให้ลูกหนี้และผู้ให้หลักประกันชำระหนี้ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ชำระ ก็เอาทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิของตนหรือจำหน่ายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ ทรัพย์สินที่เป็นของสดของเสียได้หรือหากเนิ่นช้าไปจะเสี่ยงต่อความเสียหาย ขายได้ทันทีด้วยวิธีที่เหมาะสมมาตรา 39 การจำหน่ายโดยหลักต้องใช้วิธีขายทอดตลาด และต้องแจ้งวัน เวลา สถานที่ และวิธีการขายเป็นหนังสือให้ผู้ให้หลักประกันและผู้ทรงบุริมสิทธิที่ปรากฏในทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันมาตรา 40 ส่วนการเอาทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิโดยตรงถูกจำกัดอย่างเข้มงวด: ทำได้เฉพาะเมื่อมูลค่าหนี้ค้างชำระไม่น้อยกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ดอกเบี้ยค้างชำระมาแล้ว 5 ปี และทรัพย์สินนั้นไม่มีหลักประกันหรือบุริมสิทธิรายอื่นจดทะเบียนซ้อนอยู่มาตรา 37 หากผู้รับหลักประกันประสงค์จะเอาทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิแต่ผู้ให้หลักประกันคัดค้านเป็นหนังสือภายในกำหนด ก็ยังต้องกลับไปใช้กระบวนการขายทอดตลาดมาตรา 44
  • ไม่ยอมส่งมอบ: หากผู้ให้หลักประกันหรือผู้ครอบครองไม่ยอมส่งมอบ ผู้รับหลักประกันต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งบังคับหลักประกันมาตรา 46 เมื่อศาลเห็นว่าเหตุบังคับหลักประกันเกิดขึ้นจริงก็จะมีคำสั่งบังคับตามวิธีที่ร้องขอ คำพิพากษาอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดมาตรา 48

ทรัพย์สินสองประเภทมีช่องทางลัดเพิ่มเติม: หากหลักประกันเป็นสิทธิเรียกร้อง (ลูกหนี้การค้า) เมื่อผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้งลูกหนี้แห่งสิทธิแล้ว ลูกหนี้แห่งสิทธินั้นจะชำระหนี้ให้ผู้ให้หลักประกันอีกไม่ได้ เมื่อถึงกำหนดต้องชำระให้ผู้รับหลักประกันโดยตรงมาตรา 39 และหากหลักประกันเป็นเงินฝากในสถาบันการเงินโดยผู้รับหลักประกันคือสถาบันการเงินนั้นเอง เมื่อเกิดเหตุบังคับหลักประกันก็หักเงินฝากมาชำระหนี้ได้ทันที เพียงแจ้งให้ผู้ให้หลักประกันทราบภายใน 7 วันมาตรา 43

ใช้ทั้งกิจการเป็นหลักประกัน: กลไกผู้บังคับหลักประกันที่มีใบอนุญาตเข้าครอบครองกิจการ

เมื่อใช้กิจการเป็นหลักประกัน จะไม่ใช้กระบวนการบังคับทรัพย์สินข้างต้น แต่ดำเนินการโดยผู้บังคับหลักประกันที่มีใบอนุญาตซึ่งสัญญากำหนดตัวไว้ล่วงหน้ามาตรา 61 ผู้บังคับหลักประกันต้องยื่นขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานทะเบียน ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปีมาตรา 54มาตรา 57 ขั้นตอนแบ่งคร่าว ๆ เป็น 3 ขั้น:

แจ้งและไต่สวนข้อเท็จจริง เริ่มภายใน 7 วัน

เมื่อเกิดเหตุบังคับหลักประกัน ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้งผู้บังคับหลักประกัน ผู้บังคับหลักประกันต้องกำหนดวัน เวลา และสถานที่ไต่สวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบมาตรา 63 ผู้ให้หลักประกันต้องรายงานสถานะปัจจุบันของกิจการเป็นหนังสือภายใน 7 วัน หากไม่รายงานภายในกำหนด ให้ถือตามรายการที่จดทะเบียนไว้มาตรา 64

วินิจฉัย ภายใน 15 วันหลังไต่สวน

ผู้บังคับหลักประกันวินิจฉัยว่าเหตุบังคับหลักประกันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากเกิดขึ้นจริงต้องกำหนดจำนวนหนี้ไปพร้อมกัน กรณีมีผู้บังคับหลักประกันหลายคนให้ถือเสียงข้างมาก การพิจารณาทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันเริ่มไต่สวนข้อเท็จจริง คำวินิจฉัยต้องทำเป็นหนังสือ ระบุข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลมาตรา 67มาตรา 68

เข้าครอบครองกิจการ ส่งมอบภายใน 7 วัน

เมื่อวินิจฉัยให้บังคับหลักประกัน อำนาจบริหารจัดการกิจการและสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น/หุ้นส่วนของผู้ให้หลักประกัน (ยกเว้นสิทธิรับเงินปันผล) โอนไปยังผู้บังคับหลักประกันทันที และเจ้าหนี้รายอื่นจะยึดหรืออายัดกิจการนั้นไม่ได้มาตรา 71 ผู้ให้หลักประกันต้องส่งมอบกิจการพร้อมดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินภายใน 7 วันมาตรา 72

ความหมายของกลไกชุดนี้คือ สิ่งที่ธนาคารได้รับไม่ใช่กองสินทรัพย์ที่ถูกแยกเป็นชิ้น ๆ แต่เป็นกิจการที่โอนต่อได้ทั้งกิจการและดำเนินงานต่อได้ทันทีมาตรา 3 — ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าของกิจการในฐานะหลักประกันอย่างมาก และเป็นการจัดโครงสร้างสินเชื่อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของกฎหมายไทย

หลักประกันระงับเมื่อใด และอายุความนับอย่างไร

สัญญาหลักประกันทางธุรกิจระงับในกรณีต่อไปนี้: หนี้ที่มีการประกันระงับด้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่อายุความ คู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาเป็นหนังสือ ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้รับการปลดจากการเป็นหลักประกัน หรือทรัพย์สินถูกจำหน่ายหรือตกเป็นของผู้รับหลักประกันในการบังคับหลักประกันมาตรา 80 ข้อควรระวังเป็นพิเศษ: หนี้ประธานขาดอายุความไม่ทำให้หลักประกันระงับ — ผู้รับหลักประกันยังบังคับหลักประกันได้ เพียงแต่บังคับได้เฉพาะดอกเบี้ยค้างชำระไม่เกิน 5 ปีเท่านั้นมาตรา 81

SLF ช่วยอะไรคุณได้บ้าง

ความสำเร็จของการขอสินเชื่อด้วยหลักประกันทางธุรกิจ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่คุณภาพของสัญญาและเอกสารจดทะเบียน: คำบรรยายทรัพย์สินครอบคลุมสต๊อกสินค้าและลูกหนี้การค้าในอนาคตหรือไม่ จำนวนเงินสูงสุดที่ประกันและเหตุบังคับหลักประกันควรกำหนดอย่างไร กรณีใช้กิจการเป็นหลักประกันจะเลือกผู้บังคับหลักประกันอย่างไร ล้วนมีผลโดยตรงต่อการอนุมัติสินเชื่อและการบังคับหลักประกันในอนาคต SLF ช่วยคุณสำรวจสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันได้ ประสานงานกับธนาคารผู้ให้สินเชื่อ ร่างและตรวจสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ดำเนินการจดทะเบียนกับ DBD ตลอดจนจัดลำดับสิทธิให้ชัดเจนเมื่อมีทั้งจำนองเดิมและหลักประกันทางธุรกิจอยู่ด้วยกัน หากต้องการประเมินว่าธุรกิจของคุณใช้สต๊อกสินค้าหรือลูกหนี้การค้าขอสินเชื่อได้หรือไม่ ยินดีให้ติดต่อสำนักงานเรา

FAQ

ในประเทศไทย ทรัพย์สินประเภทใดใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้บ้าง?

กฎหมายระบุไว้ 6 ประเภท: กิจการทั้งกิจการ, สิทธิเรียกร้อง (ลูกหนี้การค้า แต่ไม่รวมสิทธิที่มีตราสารเป็นหนังสือรองรับ เช่น ตั๋วเงิน), สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ (เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ), อสังหาริมทรัพย์ (เฉพาะผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์), ทรัพย์สินทางปัญญา และทรัพย์สินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 8, มาตรา 3) ทรัพย์สินที่จะได้มาในอนาคตก็ใช้เป็นหลักประกันได้ โดยบุริมสิทธิเกิดขึ้นเมื่อได้ทรัพย์สินนั้นมาจริง (มาตรา 9)

สัญญาหลักประกันทางธุรกิจต้องจดทะเบียนหรือไม่? จดทะเบียนที่ไหน?

ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน (มาตรา 13) สำนักทะเบียนตั้งอยู่ในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และข้อมูลทะเบียนเปิดให้ประชาชนตรวจค้นได้ (มาตรา 14) เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้รับหลักประกันถือเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย (มาตรา 17) และลำดับการได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันถือตามวันและเวลาที่จดทะเบียนก่อนหลัง (มาตรา 33)

ตั้งหลักประกันแล้ว สินค้าคงคลังยังขายได้ตามปกติไหม?

ได้ เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ให้หลักประกันยังมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย จำหน่าย โอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน และเก็บดอกผลได้ (มาตรา 22) แต่จะนำไปจำนำอีกไม่ได้ (การจำนำตกเป็นโมฆะ) อย่างไรก็ตาม หากทำให้เสียหาย ซ่อนเร้น ยักย้าย หรือโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันจนผู้รับหลักประกันบังคับหลักประกันไม่ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท (มาตรา 86)

ลูกหนี้ผิดนัดแล้ว ธนาคารบังคับหลักประกันทางธุรกิจอย่างไร?

ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้งเหตุบังคับหลักประกันแล้วจึงมีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สิน (มาตรา 38) หากผู้ให้หลักประกันยินยอมส่งมอบ เมื่อมีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้แล้วพ้นกำหนด 15 วันยังไม่ชำระ ก็นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดได้ (มาตรา 39, มาตรา 40) หากไม่ยอมส่งมอบ ต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งบังคับ (มาตรา 46) กรณีใช้กิจการทั้งกิจการเป็นหลักประกัน ผู้บังคับหลักประกันที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ไต่สวน วินิจฉัย และเข้าครอบครองกิจการ (มาตรา 63 ถึง มาตรา 72) ส่วนกรณีลูกหนี้การค้า ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้งลูกหนี้แห่งสิทธิให้ชำระหนี้แก่ตนโดยตรงได้ (มาตรา 39)

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าของไทย: อำนาจเหนือตลาด คาร์เทล ข้อตกลงจำกัดการแข่งขัน และการแจ้งรวมธุรกิจ