การตรวจสอบบัญชีประจำปีของบริษัทในไทย: ใครต้องตรวจสอบ กำหนดยื่น และบทลงโทษ
1. ใครมีหน้าที่จัดทำบัญชี และใครต้องตรวจสอบบัญชี (มาตรา 8 และมาตรา 11)
มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ตลอดจนกิจการร่วมค้า (joint venture) ตามประมวลรัษฎากร ล้วนมีหน้าที่จัดทำบัญชี (มาตรา 8) และบนพื้นฐานดังกล่าว มาตรา 11 ยังกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เหล่านี้จัดทำงบการเงิน โดยงบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (มาตรา 11)
- บริษัทจำกัด / บริษัทมหาชนจำกัด: ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ งบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบทุกราย (มาตรา 11)
- ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย): โดยหลักต้องตรวจสอบบัญชีเช่นกัน แต่หากมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ก็อาจได้รับยกเว้นไม่ต้องตรวจสอบบัญชี โดยจำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด (ทางสำนักงานช่วยตรวจสอบยืนยันได้) (มาตรา 11)
- ผู้สอบบัญชีต้องมีใบอนุญาต: ผู้ที่แสดงความเห็นต่องบการเงินต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบวิชาชีพได้ (มาตรา 38)
2. การปิดบัญชีและกำหนดเวลายื่นงบการเงิน (มาตรา 10 และมาตรา 11)
กิจการต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบสิบสองเดือนหลังจากนั้น (มาตรา 10) เมื่อปิดบัญชีแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำ ตรวจสอบ อนุมัติโดยที่ประชุมใหญ่ และยื่นงบการเงิน ซึ่งกำหนดเวลายื่นของผู้มีหน้าที่แต่ละประเภทแตกต่างกัน ดังนี้
บริษัทจำกัด / บริษัทมหาชน 1 เดือนหลังที่ประชุมใหญ่
ต้องยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี / สำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (คือนายทะเบียน DBD) ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น (มาตรา 11)
ห้างหุ้นส่วน / นิติบุคคลต่างประเทศ / กิจการร่วมค้า 5 เดือนหลังปิดบัญชี
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า ต้องยื่นงบการเงินภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี (มาตรา 11)
หากมีเหตุจำเป็น ขอขยายเวลาได้
หากมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นได้ทันกำหนด อธิบดี (Director-General) อาจพิจารณาสั่งขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นออกไปตามความจำเป็น (มาตรา 11)
นอกจากนี้ กิจการต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกต้องครบถ้วนให้แก่ผู้ทำบัญชี เพื่อให้บัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามความเป็นจริง (มาตรา 12) ทั้งนี้ บัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี (เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบัญชี อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจกำหนดให้เก็บรักษาเกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปีได้) (มาตรา 14)
3. บทลงโทษเมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (มาตรา 28-30 และมาตรา 40)
พระราชบัญญัติการบัญชีกำหนดค่าปรับเป็นพินัยไว้สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง (ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ความผิดอาญาที่มีโทษปรับเดิมถูกเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยในอัตราเท่ากัน) ดังนี้
- ไม่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย (ฝ่าฝืนมาตรา 8 หรือมาตรา 9): ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 30,000 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 1,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง (มาตรา 28)
- ไม่ปิดบัญชีตามกำหนดหรือไม่ส่งมอบเอกสารตามที่กำหนด (ฝ่าฝืนมาตรา 10, 12): ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 29)
- ไม่ยื่นงบการเงินตามกำหนด (ฝ่าฝืนมาตรา 11 วรรคหนึ่ง): ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท (มาตรา 30)
- ความรับผิดของผู้รับผิดชอบ: หากการกระทำผิดของนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการหรือการละเว้นไม่สั่งการของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย (มาตรา 40)
อนึ่ง พึงทราบว่าผู้ทำบัญชีที่จัดทำบัญชีให้แก่กิจการต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีจึงจะประกอบวิชาชีพได้ (มาตรา 44) ส่วนผู้ที่แสดงความเห็นต่องบการเงินต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (มาตรา 38) กิจการจะให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมาแอบอ้างแสดงความเห็นในการตรวจสอบบัญชีไม่ได้
เกณฑ์การยกเว้นการตรวจสอบบัญชี การเปลี่ยนรอบปีบัญชี และการขอขยายเวลายื่น ล้วนเกี่ยวข้องกับกฎกระทรวงและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี จึงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป SLF พร้อมให้บริการแบบครบวงจรแก่บริษัทของท่าน ทั้งการประสานงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต การจัดทำบัญชี และการยื่นงบการเงินต่อ DBD
FAQ
บริษัทประเภทใดในไทยบ้างที่ต้องตรวจสอบบัญชีประจำปี
ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยทุกราย ต้องให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ก็มีหน้าที่จัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินเช่นกัน (มาตรา 8) เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเท่านั้นที่หากมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ในกฎกระทรวง อาจได้รับยกเว้นการตรวจสอบบัญชี โดยจำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด (มาตรา 11)
งบการเงินที่ตรวจสอบแล้วต้องยื่นเมื่อใด
บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนต้องยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ต่อสำนักงานกลางบัญชี / สำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (DBD) ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า ต้องยื่นภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี (มาตรา 11) โดยรอบการปิดบัญชีคือทุกสิบสองเดือน (มาตรา 10) หากมีเหตุจำเป็นสามารถขอขยายเวลาต่ออธิบดีได้
ใครมีสิทธิแสดงความเห็นในการตรวจสอบงบการเงินของบริษัทในไทย
ต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบวิชาชีพได้ นอกจากนี้ ผู้ทำบัญชีที่จัดทำบัญชีให้แก่บริษัทก็ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาจึงจะประกอบวิชาชีพได้ (มาตรา 44)
หากไม่ตรวจสอบบัญชีหรือไม่ยื่นงบการเงินตามกำหนดจะมีบทลงโทษอย่างไร
การไม่จัดทำบัญชีตามกฎหมายมีค่าปรับเป็นพินัยสูงสุด 30,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 1,000 บาทจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง (มาตรา 28) การไม่ยื่นงบการเงินตามกำหนดมีค่าปรับเป็นพินัยสูงสุด 50,000 บาท (มาตรา 30) หากการกระทำผิดเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ผู้นั้นต้องรับโทษด้วยเช่นกัน (มาตรา 40)